Antivir vs. Avast! การปะทะกันแบบฟรี ๆ
posted on 01 Sep 2006 00:36 by ninkungz in Softwareระหว่างที่ผมใช้ Avast! Anti-Virus ไปได้สัปดาห์กว่า ๆ นั้น ผมก็สังเกตว่าที่ เว็บบอร์ดซอฟต์แวร์แห่งหนึ่ง (ที่ทำให้ผมรู้จัก NOD32 และ Avast!) ไม่ค่อยมีการเอ่ยถึง Avast! เท่าไรนัก จะมีก็แต่ Antivir กับ AVG เท่านั้น (ในบรรดาของฟรีอ่ะนะ) AVG นี่ใครจะหน้ามืดตามัวไปใช้ผมไม่สน แต่ Antivir นี่สิ ผมชักจะเริ่มสนใจขึ้นมานิด ๆ หลังจากไปค้นข้อมูลเกี่ยวกับมัน
จากผลการทดสอบ 3 Anti-Virus ฟรี อย่างน้อย 2 แห่งนั้น Antivir มักจะชนะ Avast! ไปได้แบบเฉียดฉิวเสมอ ๆ ส่วนผลการค้นหาคร่าว ๆ จาก Google ทั้งคู่น่าจะได้รับความนิยมพอ ๆ กัน น่าจะสรุปได้ว่าทั้ง 2 ตัวสูสีกันสุด ๆ ... อย่างงั้นเหรอ มาดูข้อดีข้อเสียของทั้ง 2 ตัวที่ผมสรุปมาได้ดีกว่า..
Avast!
ข้อดี : มีการแบ่ง On-Access Scan (หรือที่เรียกว่า Scan แบบ Realtime) ออกเป็นหลาย ๆ ส่วน ทำให้ดักจับได้หลายทาง แถมยังมีเครื่องมือสนับสนุนหลายอย่าง เช่น ashQuick.exe ที่เอาไว้เซ็ตให้ Scan ไฟล์ในโปรแกรมต่าง ๆ (เช่น Winzip, WinRAR, Flashget, Windows Live Messenger) VRDB (Virus Recovery DataBase) ที่เอาไว้รวบรวมข้อมูลสำหรับใช้ซ่อมแซมไฟล์ระบบที่ถูกไวรัสโจมตีเป็นต้น นอกนั้นยังสามารถจับ Adware - Spyware ได้มากที่สุดในบรรดา Anti-Virus แจกฟรีทั้ง 3 ตัว
ข้อเสีย : อัพเดตไม่บ่อย (มีหยุดเสาร์-อาทิตย์ ด้วยแน่ะ) และรู้จักไวรัสค่อนข้างน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ Antivir (เดี๋ยวจะให้เห็นชัด ๆ ), ใช้เวลา Scan นาน, เมนูเวลาคลิ้กขวาจะใส่ชื่อไฟล์กับโฟลเดอร์ต่อท้ายไปด้วยทำให้เมนูดูอ้วนน่าเกลียด (เกี่ยวเรอะ!!)

การต่ออายุ : ลงทะเบียนขอ Key กับทางเว็บ ครบ 16 เดือนต้องลงทะเบียนใหม่
Antivir
ข้อดี : จับไวรัสได้มากที่สุดในบรรดา Anti-Virus แจกฟรีทั้ง 3 ตัว อัพเดตค่อนข้างถี่ และน่าจะอยู่มานานที่สุด
ข้อเสีย : On-Access Scan มีตัวเดียวโดด ๆ , ค้นหา Spyware - Adware ไม่ได้ (เขากันไว้ให้คนเสียตังค์) แถมยังไม่มีส่วนของการ Scan Email อีก, ถ้าใช้ ZoneAlarm จะเห็นไฟแสดงข้อมูลขาเข้าตลอดเวลา (ขาออกก็มีแต่อยู่นิ่ง ๆ), Server สำหรับอัพเดตค่อนข้างช้า (เห็นเขาพูดกันนะ แต่ผมไม่รู้สึกเลย สงสัยช้าที่ว่าจะสำหรับเน็ทความเร็วสูง) บางครั้งจะมีการอัพเดต Engine ของโปรแกรมด้วยทำให้ขนาดข้อมูลที่ต้องอัพเดตใหญ่ขึ้น (แต่ผมว่าอัพเดต Engine บ่อย ๆ สิดี)
การต่ออายุ : ไม่ต้องทำอะไรเลย พอครบกำหนดโปรแกรมจะต่ออายุให้เอง
แล้วจะใช้อะไรดีล่ะ ?
ผมเชื่อว่าถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ทุกคนคงเห็นว่า Avast! ชนะเห็น ๆ อืมม์.. ผมก็คิดอย่างงั้นอ่ะนะ ถ้าไม่ติดตรงภาพที่จะให้ดูต่อไปนี้...

ของ Avast! มีตัวเดียว แถมไม่ตรง

ของ Antivir มีเพียบ
ผมให้ดูอะไร? ที่ผมให้คุณดูคือ Trojan ที่ชื่อ Disabler.I ครับ ซึ่งจะเห็นว่าทาง Antivir มี ส่วน Avast! ไม่มี จริง ๆ แล้วถ้าคุณดาวน์โหลด Antivir มาติดตั้งตอนนี้โดยไม่อัพเดต (ซึ่งฐานข้อมูลก็เก่าประมาณเดือนมิถุนาโน้น) มันก็รู้จัก Disabler หลายตัวครับแต่ไม่มี .I ส่วน Avast! นั้นเพิ่งมารู้จัก Disabler ตัวแรกและตัวเดียวเมื่อต้นสัปดาห์นี่เอง!!
แล้ว Disabler.I มันสำคัญอะไร? ชื่อเล่นของมันคือ Flashy.exe ไงครับ เป็น Trojan ที่ระบาดในไทยพอ ๆ กับ Brontok เลย ความร้ายกาจของมันก็ถึงขั้นทำให้ Login ไม่ได้ทีเดียวล่ะ!! ตอนนี้ก็เลือกเอาสิว่า.. ดักจับหลายทางเครื่องมือเพียบแต่หาไม่พบ กับ โดด ๆ แต่หาพบ จะเลือกอะไร?
อยู่ด้วยกันก็ได้
จริง ๆ แล้ว Avast! ก็มีข้อดีอีกอย่างคือ มันรู้จักปรับตัวให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ครับ อย่างตอนที่เจอ ZoneAlarm มันก็รู้ว่ามีอยู่และแนะให้ผู้ใช้เลือกว่าจะปิดฟังก์ชั่นที่ตัวมันหรือ ZoneAlarm ส่วน Antivir นั้น Avast! มันก็รู้จักเหมือนกันครับ โดยมันจะปิด On-Access Scan บางส่วน (Standard, IM, P2P) ของมันเอง แล้วปล่อยส่วน WebShield, Network Shield, Internet Mail ซึ่งเป็นส่วนที่ Antivir ไม่มีให้ทำงานต่อไป เรียกได้ว่าอุดช่องโหว่ให้ก็คงได้นะ อ้อ! ถ้าจะติดตั้ง Antivir ลงบนเครื่องที่มี Avast! อยู่แล้ว อย่าลืมปิด On-Access Scan ของ Avast! ก่อนนะ
สุดท้ายแล้ว จะเหลือไว้แค่ตัวเดียว หรือ ปล่อยไว้ทั้ง 2 ตัวให้หนักเครื่องเล่นก็แล้วแต่ล่ะครับ ส่วนผมเองตอนนี้... ก็ยังลังเล!!
ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง :
edit @ 2006/09/01 00:54:43



เหตุผลคือ มันกินโปรเซสในการ On-Access Scan หนักมาก มีผลกระทบเวลาเปิดโปรแกรมที่ต้องโหลดไฟล์จำนวนมากน่ะครับ
#1 By PaePae on 2006-09-01 02:27