ไม่ได้เขียนซะหลายวัน ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก ผมมีงานด่วนที่ต้องช่วยแม่ทำ งานอะไรน่ะเหรอ? อ่านต่อไปสิ...

เมื่อวานผมต้องกลับไปโรงเรียนเก่า เพราะต้องช่วยแม่ที่เป็นครูสอนอยู่ที่นั่นจัดการเรื่องคะแนน เนื่องจากเมื่อปีที่แล้วทางโรงเรียนได้รับอาจารย์ฝ่ายวิชาการเข้ามาใหม่ และ... มาพร้อมนโยบายใหม่ (อารมณ์เดียวกับตอนเราได้รัฐบาลใหม่งั้นแหล่ะ) นั่นก็คือ ให้ครูทำกรอกคะแนนด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซะ!!

ใคร ๆ ก็คงคิดว่า ใช้โปรแกรมช่วยแบบนี้สะดวกจริง ๆ ไม่ต้องมานั่งเขียน นั่งบวกคะแนนกันเอง ไม่ต้องกลัวบวกผิด แค่กรอก ๆ ๆ ๆ แล้วสั่งปริ๊น เราก็จะได้ใบคะแนนพร้อมเย็บเล่ม ส่งไปให้ฝ่ายวิชาการ แล้วก็เป็นอันจบเทอมไป...

แต่ในความเป็นจริงแล้ว... มันยิ่งเลวร้ายกว่าเดิมซะอีก..

 

เมื่อนรกกับสวรรค์อยู่ห่างกันแค่ไม่กี่พิกเซล..

เริ่มอธิบายตรงไหนดีล่ะ? เอ้า! ดูภาพ

นี่คือมุมหนึ่งของหน้าจอนึงของโปรแกรมกรอกคะแนนที่ว่า... ปุ่ม 4 ปุ่มนั่น จากซ้ายไปขวาคือ..

  1. ปุ่มรวมคะแนน - ใช้กดเพื่อรวมคะแนน เมื่อกดจะมีคำเตือนให้เซฟงานหลังจากนี้ด้วย
  2. ปุ่มปริศนา - ดูหน้าตาแล้ว ท่านคิดว่าปุ่มอะไร นึกคำตอบไว้ เดี๋ยวกลับมาพูดถึงมันอีกที
  3. ปุ่มบันทึก - ใช้กดเพื่อบันทึกข้อมูลที่หลังขดหลังแข็งกรอกเข้าไปทั้งหมด ลืมกดไม่ได้เลยนะ
  4. ปุ่มออก - กดเพื่อออกไง

ในการกรอกคะแนน เราจะใช้แค่ 3 ปุ่มเท่านั้น หลังจากกรอกเสร็จก็ต้องกด ปุ่มรวมคะแนน ตามด้วย ปุ่มบันทึก สุดท้ายก็กด ปุ่มออก เพื่อออกไปเลือกห้องอื่นหรือกรอกส่วนอื่น ๆ ต่อ

แล้ว... ปุ่มปริศนา ในข้อ 2 มันทำหน้าที่อะไร ดูหน้าตาแล้ว บ้างก็คงคิดว่าเป็นปุ่ม Redo (ทำหน้าที่ตรงข้ามกับ Undo) หรือบางท่านอาจจะคิดว่า ปุ่ม Refresh ล่ะมั้งนั่น ผิด ผิด ผิด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ผิดหมด!! มันคือ... ปุ่ม "ทำใหม่" เอ๋? ก็ Redo ไม่ใช่เหรอ? ไม่ใช่ครับ ปุ่มนี้เมื่อกดแล้วข้อมูลที่กรอกทั้งหมดจะกลับไปเป็นเหมือนตอนยังไม่ได้กรอก หรืออาจเรียกชื่อเต็ม ๆ ได้ว่า "ปุ่มกลับไปเริ่มทำใหม่ตั้งแต่ต้น" ถ้าให้เข้าใจด้วยภาษาอังกฤษง่าย ๆ ก็ Reset นั่นเองงงง

แล้วทำไมต้องเอาไว้ข้างปุ่มบันทึก ซ้ำยังอยู่ติดกันซะด้วย! นี่กะจะฆ่ากันใช่มั้ย!!! ยัง ยังไม่พอครับ ปุ่มออกก็แสบพอกัน เพราะเมื่อกดแล้วมันก็ออกไปจากหน้ากรอกข้อมูลทันทีโดยไม่ถามว่า "งานยังไม่ได้เซฟจะเซฟก่อนมั้ย" หรือถ้าผู้พัฒนาโปรแกรมนี้หาวิธีตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงไม่ได้ละก็ ทำไมไม่ขึ้นมาเตือนแบบตอนกดปุ่มรวมคะแนน? เออ... อันนี้ต้องไปถามเขาเองนะ

มองโลกในแง่ดี... คนพัฒนาโปรแกรมเขาคงคิดว่า "เวลากรอกคะแนน ต้องมีสติ" ละมั้ง

 

ความทรงจำนรก กับบันทึกเวลาเรียน

ส่วนต่อไปนี้ได้รับการรับรองจากผู้ประสบเคราะห์กรรมส่วนใหญ่แล้วว่า "เหนื่อยยากที่สุด" มันคือส่วนของการกรอกวันขาดวันลาของเหล่านักเกรียน เอ้ย นักเรียนนี่เอง มันลำบากตรงไหนน่ะหรือ? ขั้นตอนมันก็มีดังนี้..

  1. คลิกเลือกชื่อนักเรียนที่ต้องการกรอกวัดขาดหรือลา (ต้องรอโหลดสักพักด้วย)
  2. คลิกรูปนาฬิกาเพื่อเปิดหน้าต่างเลือกวันที่
  3. คลิกเลือกปี
  4. คลิกเลือกเดือน
  5. คลิกเลือกวัน
  6. คลิกปิดหน้าต่างเลือกวันที่เพื่อตกลงเลือกวัน
  7. คลิกปุ่มบันทึกเพื่อบันทึกเวลาลงไป
  8. ทำซ้ำข้อ 2 - 7 เพื่อกรอกวันขาด หรือ ลา ถัดไปของนักเรียนคนเดิม
  9. ทำซ้ำข้อ 1 - 8 เพื่อกรอกของคนต่อไป

ถ้าโชคดี นักเรียนหยุดวันเดียว และเดือนกับปีตรงกับคนที่แล้ว (โปรแกรมมันจะจำวันที่เลือกล่าสุดไว้) ยังต้องคลิกตั้ง 3 - 4 ที ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เมื่อกรอกคนต่อไปเราก็ต้องกดย้อนเวลาไปต้นเทอมใหม่ เทอม 1 ยังพอว่ากดเลือกเดือนเพิ่มมาอย่างเดียว แต่เทอม 2 มันข้ามปี ก็เลยมีกดเลือกปีเพิ่มมาด้วย ซ้ำยังต้องรอโหลดในขั้นตอนแรก (ถ้าไม่รออาจจะกรอกผิดคนได้) คิดเอาละกันว่าถ้าหยุดกันเยอะ ๆ หลาย ๆ วัน มันแสนสาหัสขนาดไหน

จริง ๆ ยังมีอีกอย่างน่าหงุดหงิดกับไอ้เจ้าหน้าต่างกรอกวันที่นี้ นั่นก็คือ... เวลาคลิกเรียกมันขึ้นมา มันจะไม่โผล่ใต้ช่องหรือใต้ปุ่มที่เรากดครับ มันจะโดดมาโผล่ตรงกลางจอ เสียเวลาเลื่อนเม้าส์ไปอีก แถมไม่มีการจำตำแหน่งไว้ด้วย (ในภาพเลื่อนมาใกล้ ๆ แล้วเพื่อง่ายแก่การถ่ายทำ)

จริง ๆ แล้วระยะเวลาใน 1 เทอม ยังไงมันก็ไม่เกิน 6 เดือนอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่แสดงทีละ 6 เดือนเลยก็ไม่รู้ แบบนี้น่ะ (ใช้คอนโทรลใน VB ทำเลียนแบบขึ้นมา)

จริง ๆ แล้วผู้พัฒนาเขาให้เราสามารถพิมพ์วันเดือนปีด้วยคีย์บอร์ดได้ด้วย และวิธีนี้สะดวกกว่ามาก แต่มันยากแก่การตรวจสอบว่าวันที่กรอกไปผิดพลาดมั้ย (เช่นบางทีไปกรอกวันที่ตรงกับวันอาทิตย์เข้า)

 

โปรแกรมชิดซ้าย เมื่อเจอระบบ...

จากหัวข้อที่แล้ว หลายคนอาจคิดว่า "ทำไมมากรอกทีเดียวล่ะ ทำไมไม่ทยอยกรอกตั้งแต่ต้นเทอม" เพราะว่ากว่าจะได้มากรอกมันก็สัปดาห์สุดท้ายก่อนส่งคะแนนพอดีน่ะสิ!!

เพราะครูไม่สามารถสร้างรายชื่อนักเรียนในโปรแกรมได้ ต้องรอฐานข้อมูลรายชื่อนักเรียนจากฝ่ายวิชาการอีกที ซึ่งกว่าจะได้ก็ล่วงเลยไปปลายเทอมแล้ว ซ้ำพอได้มาวิชาดันผิด บางคนก็ได้ล่าช้ากว่าคนอื่น ซ้ำก่อนวันส่งคะแนนยังมีอุปสรรคอีก

ช่วงก่อนส่งคะแนนไม่กี่วันนี้ ครูหลายคนต้องไปคุมสอบ O-NET และก่อนวันส่ง 1 วันยังมีการประชุมครู (ไม่รู้ของกระทรวงรึเปล่า) ซึ่งทำให้เสียเวลาไป 1 วันเต็ม ๆ

วันส่งวันสุดท้าย ครูทั้งโรงเรียนจะมานั่งง่วนหน้าคอมพิวเตอร์ ครูหลายคนไม่เคยชินกับการใช้คอมพ์ก็งก ๆ เงิ่น ๆ ค่อย ๆ เลื่อนเม้าส์ช้า ๆ คลิกอย่างยากลำบาก ครูบางคนก็โชคดี ได้ลูกหลานมาช่วยกรอก (ถ้ากระทรวงฯ สั่งห้ามนะ ได้เห็นดีกัน!!) บางรายก็โชคร้ายกรอกผิดที่ ซ้ำข้อมูลที่กรอกไปแล้วยังเคลื่อนย้ายไปที่อื่นไม่ได้ (Copy > Paste ไม่ได้เลย) ต้องกรอกใหม่ทั้งหมด

ส่วนตัวคิดว่าโปรแกรมที่เกี่ยวกับเรื่องทั่ว ๆ ไป ที่ให้คนที่ค่อนข้างจะทั่วไปใช้ น่าจะออกแบบให้ใช้ง่ายกว่านี้ และ ระบบป้องกันความผิดพลาดในการกรอกข้อมูลและการสูญหายก็น่าจะดีกว่านี้ โปรแกรมวุ่นวายแบบนี้ ผมว่าให้ไปกรอกลง Excel แล้วให้ Import เข้ามาได้ ดีกว่าเป็นไหน ๆ (ผมจะได้สร้างเครื่องช่วยได้ด้วย)

 

เป็นครูยุคไอทีช่างลำบากจริง ๆ


 

ป.ล. เคยมีคนใช้เน็ตของกระทรวงศึกษาฯ เข้ามาอ่านบล็อกผมด้วยนะ (จะโดนเจอรึเปล่าหว่า )

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ลำบากจริงๆด้วย
ส่งกระทรวงศึกษาไปเรียนคอมพิวเตอร์เบื้องต้นก่อนดีกว่ามั้ย? ก่อนที่จะทำตัวไฮเทคไม่เข้าเรื่อง

เด็กนักเรียนบางคนยังเก่งกว่า คนของกระทรวงศึกษาเลย

ถ้าไม่พร้อมที่จะใช้เทคโนโลยี ก็อย่าเพิ่งทำตัวไฮเทค
เพราะมันดูทุเรศมากกว่า สงสารอาจารย์ระดับล่างๆที่ตั้งใจสอนนักเรียนที่ต้องแบกรับภาระจากคำสั่งโง่ๆของคนโง่ๆที่ดันตำแหน่งสูงกว่า

สมัยก่อนที่มีคำสั่งให้อาจารย์ทุกคนสร้างผลงาน ผลของคำสั่งคือ ทุก ร.ร. ผลาญต้นไม้เพื่อนำมาทำชีทและรายงาน เรียนจบมามีชีท+รายงานเป็นตั้งชั่งกิโลขายได้หลายตัง (แม่ฉัน Early Retire เพราะทนคำสั่งนี้ไม่ไหว)

สรุป ถึงโลกเราจะมีเทคโนโลยีทันสมัยมากแค่ไหน ถ้าคนใช้ยังไม่คิดจะพัฒนาสมอง เทคโนโลยีก็เป็นแค่ภาระให้ลำบากมากขึ้นเท่านั้น

ปล. น่าให้คนสั่งมาทำมากกว่าจะได้รู้ว่ามันลำบากแค่ไหน

#2 By Noah on 2008-03-05 15:17

ทุกอย่างในโลก ล้วนต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยยาก
น่าจะเป็นจริงสินะ
คุณครูยุคไอทีสู้ๆ
sad smile

#3 By a r v e n n a z on 2008-03-05 15:28

แสดงว่า ไม่ได้วางแผนมาเป็นอย่างดีน่ะสิครับแบบนี้ ถ้าไม่แก้ไข สงสัยจะล่มแน่ ๆ

จริง ๆ แล้วเคสแบบนี้มีเกิดขึ้นเยอะนะครับ แม้แต่หน่วยงานที่ใหญ่กว่านี้ก็ตามที

#4 By เจ้าชายน้อย on 2008-03-05 15:31

การพัฒนาโปรแกรมของฝ่ายราชการมักจะช้าอย่างนี้แหละครับ (ไม่ว่าเขียนโปรแกรมหรือว่าอะไรก็ตาม)

ห้าปีก่อน - ส่งเรื่องจัดการระบบ
สีปีก่อน - เรื่องผ่านด่านแรก
สามปีก่อน - เรื่องผ่านอีกด่าน
สองปีก่อน - เรื่องผ่านได้รับทุนพัฒนา
ปีที่แล้ว - เรื่องผ่านอีกด่าน
ปีนี้ - คนพัฒนาโปรแกรมเริ่มพัฒนา โดยเอาปัญหาที่เสนอห้าปีก่อนมาแก้ พร้อมกับเทคโนโลยีห้าปีก่อนที่เขียนไว้ในใบเสนอ ห้ามทำดีกว่าไม่งั้นเด้ง ปัญหาใหม่ของปีนี้ เสนอไปแก้อีกห้าปีข้างหน้า

ประเทศไทย

#5 By manop on 2008-03-05 15:33

sad smile ขนาดแม่หนูสอนอยู่เตรียมอนุบาลยังต้องไฮเทคเลย
แต่ความไฮเทคนั้นมันจากลูก ลูกทำๆๆ
ยิ่งตอนเราปิดเทอมนิไม่รู้งานของแม่ มันงอกมาจากไหน
ใส่ปุ๋ยสูตรอะไรไม่ทราบ ทำกันเที่ยงวันยันเที่ยงคืน

โอ้แม่เจ้า...sad smile
ผมพูดในแง่ของการรับงานหน่อยนะครับ
ผมว่าที่จริงคนที่ตรวจรับงานโปรแกรมนี้ น่าจะต้องตรวจสอบเจอแล้วแก้ให้มันถูกต้องมากกว่านี้ เพราะบางทีคนเขียนโปรแกรม หรือคนรับงานเขาไม่รู้หรอกครับว่าแบบไหนสะดวกสำหรับคนที่ใชจริงๆ น่ะครับ (เพราะคนทำบางทีก็แค่ทำให้มันจบ แล้วใช่งานง่ายสำหรับคนที่เขียนก็พอน่ะครับ ไม่ไดมองถึงคนที่ใช้จริงๆ )sad smile

#7 By Yashima on 2008-03-05 16:20

#7 ผมว่าทางฝ่ายนักพัฒนาไม่มีความรู้เกี่ยวกับ GUI usability ครับ การออกแบบ GUI (อ้างอิงจากรูปแรก) นี่ถึงขั้นสอบตกเลยทีเดียว

วิชานี้เป็นวิชาที่สอนกันในสาขาวิชาด้านเทคโนโลยี และ ด้านนิเทศน์ศาสตร์ครับ ถึงแม้ว่าจะสอนกันในคนละแง่มุมก็ตาม

พูดกันง่าย ๆ ก็คือ ไม่มีความรู้ด้าน GUI นั่นแหละ sad smile sad smile sad smile

#8 By นายตาหวาน on 2008-03-05 16:47

คิดว่าไอ้โปรแกรมบ้านี่คงได้ค่าสัมปทานราคาแพงมากเป็นแน่แท้

#9 By ilumin on 2008-03-05 16:49

ต้องกลับไปเรียนวิเคราะห์ระบบใหม่ฮะ

#10 By Ratcicle on 2008-03-05 17:08

ลำบากจริงๆด้วย... น่าจะพัฒนาใหม่นะดูแล้วไม่ยากเลย ...

#11 By หมูทอดซามะ on 2008-03-05 21:02

เห็นรูปแล้วก็คิดได้ว่ามันต้องเป็นโปรแกรมที่ออกแบบไม่ดี

อ่านจนจบแล้วคิดว่ามันคือโปรแกรมบัด..

#12 By T!D on 2008-03-05 23:20

ฮาาา ด้วยความเสร่อของตัวเอง ช่วงที่อ่านมาถึงปุ่มปริศนา ก็ลองทายดูคับ ทายไปว่าปุ่มย่อหน้า ฮาาาา
รู้คำตอบแล้วอย่างขำตัวเองคิดไปได้

ไม่น่าเอาสองปุ่มนั้นไปไว้ใกล้กันจริงๆกั๊บ ฆ่ากันตายจริงๆ พลาดปุ๊บมีร้องเลยนะกั๊บเนี่ย question

#13 By adtrapper on 2008-03-05 23:24

เหอๆๆ ลำบากจิงๆ
ว่าแต่โปรแกรมรูปร่างมันคุ้นๆนะ เหมือนโปรแกรม Student 44 เลย
เหอๆๆๆ

#14 By TPPDNET2007 on 2008-03-06 08:37

จากที่เคยออกแบบโปรแกรมประเภทกรอกรายละเอียดตามแบบฟอร์มจำนวนมากมาก่อน
ผมจะไม่กำหนดให้ผู้ใช้ต้องใช้เม้าส์มากกว่า 1 ครั้ง นั่นคือบันทึก และไม่จำเป็นต้องใช้เม้าส์ก็ต้องสั่งบันทึกได้เลย

พอมาเห็นโปรแกรมนี้่... คนกรอกตายสถานเดียว

#15 By นิเกะ on 2008-03-06 10:31

sad smile sad smile sad smile

#16 By (^_^)/nana on 2008-03-06 14:04

โปรแกรมนรกอะไรเนี่ย... sad smile

#17 By xViStA on 2008-03-06 14:28

ชัวร์แน่นอน

โปรแกรม Student 2544
คิดว่าน่าจะเป็น Book5 หรือไม่ก็ BookMark เหอๆๆ
ใช้งานลำบากมาก ขนาดที่โรงเรียนผม
ครูยังให้ดุแลระบบเลยอ่า

#18 By TPPDNET2007 on 2008-03-06 18:46

กว่าจะทำแบบที่ว่าได้ ใช้เวลาคิดป้องกัน เขียนโค้ดป้องกันเต็มที่เลย แต่งานเสร็จช้า พวกลูกค้า หรือแม้แต่อาจารย์ไม่ชอบ พวกนี้ต้องการเห็นผลงานไว ๆ ไม่ค่อยคำนึงถึงจุดเล็กจุดน้อยหรอก (นิสัยคนไทยเลย ชอบงานที่สร้างภาพ รายละเอียดช่างมัน)

เอาแค่เรื่องการ query ข้อมูล โปรแกรมเมอร์บางคนก็ชอบใช้เหลือเกินไอ้ Key event เนี่ย ถ้ามันมีข้อมูลเล็กน้อยที่ไม่ต้องอัพเดทบ่อย ๆ ก็ดีไป แต่ถ้ามี record ที่ update ใหม่ทุกวัน วันละ 10,000 record คิวรี่ด้วย Key event ที่สงสัย อืดระนาว แบบนี้ พอคนทำทำเสร็จไปเสนอลูกค้าด้วยข้อมูลหลอก ๆ ลูกค้าที่ไม่รู้เรื่องก็เหมือนจะชอบเพราะสะดวกดี มีอีกเยอะเลยที่อยากบ่น แต่คนที่ไม่ใช่นักโปรแกรมเมอร์ก็ไม่รู้เรื่อง ต้องการแค่ใช้ได้เร็ว ๆ จ่ายเงินเท่าเดิม ก็ต้องได้แค่นั้นแหละ

#19 By GMz (125.27.224.239) on 2008-03-10 21:55

^== สรุป.. คนจ่ายเงินทำให้คนไม่ได้จ่ายทั้งประเทศเดือดร้อนสิเนี่ย

#20 By NinkungZ on 2008-03-11 07:18

"ทำไมต้องเอาไว้ข้างปุ่มบันทึก ซ้ำยังอยู่ติดกันซะด้วย! นี่กะจะฆ่ากันใช่มั้ย!!! "

=> ออกแบบชุ่ยมาก ๆ ที่เคยออกแบบถ้ามีปุ่มประเภทนี้จะให้อยู่ห่างกันเป็นวา หรือมี process ใหม่ให้ทำเลยนะ

"ผู้พัฒนาเขาให้เราสามารถพิมพ์วันเดือนปีด้วยคีย์บอร์ดได้ด้วย และวิธีนี้สะดวกกว่ามาก แต่มันยากแก่การตรวจสอบว่าวันที่กรอกไปผิดพลาดมั้ย "

=> มันยากตรงไหน แค่เขียน function ตัวนึงมาเช็คหลังจากกรอกไปแล้ว ไอ้วิธีเลือกปฎิทินอะ ไม่เหมาะที่สุดกับข้อมูลที่จะคีย์ปริมาณข้อมูลมาก ๆ ลองคำนวนดูว่า กว่าจะได้ 1 คน คลิกเมาส์ไปกี่ครั้งดูสิ


ปล. ถ้าอยู่หน่วยงานเรา คนออกแบบโดน user ด่าถึงบุพการีเลยนะนั่น



#21 By junichiro (202.183.183.226) on 2008-03-11 10:45

มันยากตรงไหน แค่เขียน function ตัวนึงมาเช็คหลังจากกรอกไปแล้ว <== เขียนน่ะไม่อยาก แต่นี่หมายถึงคนกรอก (เขาไม่ทำให้แล้วตูจะไปเอามาจากไหนเอง )

#22 By NinkungZ on 2008-03-11 11:06

"ผมว่าให้ไปกรอกลง Excel แล้วให้ Import เข้ามาได้ ดีกว่าเป็นไหน ๆ (ผมจะได้สร้างเครื่องช่วยได้ด้วย)"

=> ถ้าให้import ผ่าน excel ทาง SA จะต้องคิดเผื่อด้วยนะว่า จะทำยังไงกับข้อมูลที่เข้าไม่ได้ เช่น import มา 100 คน format วันที่หรือ อื่น ๆผิดไปซะ 50 จะทำไงกับ 50 ที่เหลือ หรือจะไม่รับทั้งหมด ตรงนี้จะต้อง check ดูดี ๆ เพราะไฟล์ excel ก็อปก็ง่ายเปลี่ยนรูปแบบก็ง่าย

แต่เค้าจะคิดถึงขนาดนี้หรือเปล่าน้า

#23 By junichiro (202.183.183.226) on 2008-03-11 14:52

เซียนท่านใดรู้วิธีโอนข้อมูลนักเรียนจาก excel ไป Student2544 บ้างครับ ผมโอนแล้วติดตรงที่ chkData ครับ-ajsudkedt@gmail.com

#24 By ajtam (58.147.36.74) on 2009-03-19 18:21

ผมว่าเราน่าจะเห็นใจคนเขียนโปรแกรมนะครับ

เพราะโปรแกรมทั้งหมดนี้(ระบบงานใหญ่) เขียนโดยครูอัมพร คนเดียว

ทำไม สพฐ ไม่ส่งคนไปช่วยอาจารย์เค้าบ้าง รอแต่จะใช้ พอผิดมาก็มาโ์ทษครูเค้าว่าโปรแกรมไม่ดีมั่งละ ห่วยมั่งละ ลองใช้ความระมัดระวังในการทำงานดูสิครับ แค่นั่นก็ไม่ผิดแล้วละ

#26 By มสว (58.9.195.191) on 2009-11-23 14:23

#26 <== คนส่วนใหญ่ หรือจะให้พูดง่าย ๆ ว่า เกือบทั้งหมดที่ใช้โปรแกรมนี้ ไม่รู้หรอกครับว่าใครเขียน เขียนกี่คน ดังนั้นจงสบายใจเถอะครับว่า ไม่มีใครต่อว่าครูอัมพรโดยตรงหรอก

ส่วนตัวผมว่ามันเป็นความผิดพลาดที่หน่วยงานที่ว่าไม่เข้าใจในเรื่องการออกแบบโปรแกรม ทำให้เกิดความบกพร่องในการตรวจเช็คคุณภาพโปรแกรมก่อนจะกระจายให้ครูเอาไปใช้กันทั่วประเทศ ทั้ง ๆ ที่หลัง ๆ คะแนนมีผลต่ออนาคตเด็กมาก แต่โปรแกรมนี้ก็ทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้สูงจริง ๆ ครับ

ถ้าให้ใช้ความระมัดระวังในการทำงาน เรื่องนี้ก็ลำบาก เพราะบางโรงเรียนไม่ได้หา "เซียน" มากรอกข้อมูล แต่ให้ครูแต่ละคนกรอกคะแนนด้วยตนเอง ครูบางท่านเพิ่งจะมาเคยแตะคอมพิวเตอร์ครั้งแรกก็โปรแกรมนี้แหล่ะ ในฐานะของคนที่ใช้โปรแกรมมามาก ผมว่าโปรแกรมนี้ "ใช้ยาก" พอดู แล้วครูเหล่านั้นจะเป็นยังไงครับ

การพัฒนาคุณภาพงานด้านไอทีต้องพัฒนาในส่วนของตัวคนและซอฟต์แวร์ไปพร้อม ๆ กันครับ ไม่ใช่ซอฟต์แวร์ไม่ดีโทษคน คนไม่ดีก็โทษซอฟต์แวร์ ไปเรื่อย... หากสามารถพัฒนาทั้งสองด้านนี้ไปพร้อมกันได้ ก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า "คุณภาพ" ครับ

#27 By NinkungZ on 2009-11-23 22:26

NinkungZ View my profile


Favourites


View My Stats