คำนำ

คู่มือ "Firefox 3 น่ารู้ - ฉบับไขปัญหา" นี้ เน้นไปที่ส่วนของการแก้ปัญหา และการปรับแต่ง จึงเจาะกลุ่มผู้ใช้ Firefox 3 ที่ประสบปัญหาหรือไม่พอใจในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปใน Firefox 3  พร้อมเสริมด้วยเนื้อหาที่ตกหล่นไปใน "ฉบับรวบรัด" สำหรับทุก ๆ คนที่ใช้ Firefox อีกด้วย

"Firefox 3 น่ารู้ - ฉบับไขปัญหา" จะเป็นตอนสุดท้ายในซีรี่ย์ Firefox 3 น่ารู้ แล้ว เนื้อหาอาจจะค่อนข้างเข้าใจยาก แต่หากคุณไม่ได้พบปัญหาอะไร ก็ไม่จำเป็นต้องอ่านทุกหัวข้อ (ข้าม ๆ ไปก็ได้)


อย่ารอช้า ไปอ่านได้เลย

เลือกอ่าน

ฉบับรวบรัด : ฉบับห้องสมุด : ฉบับไขปัญหา

ปราบ Awesome Bar ให้อยู่หมัด

หนึ่งในคุณสมบัติสุดยอดใน Firefox 3 แต่กลับมีคนจำนวนมากรู้สึกขัดหูขัดตา ก็คือ Awesome Bar แสนรู้นี่เอง (กลับไปอ่านใน ฉบับรวบรัด) โดยส่วนตัวผู้เขียนอยากให้พยายามลองใช้ต่อไป แต่ถ้ายังไง ๆ ก็ยืนยันว่ารับไม่ได้ ก็จะขอบอกวิธีเอาบุญละกัน

ให้ Awesome Bar โชว์แต่ URL ที่พิมพ์เข้าไปเอง :
โดยปกติ Awesome Bar จะไม่โชว์เพียงแค่ URL ที่ผู้ใช้ป้อนเข้ามาเท่านั้น แต่ไปขุด History และ Bookmarks มาโชว์ด้วย ทำให้รู้สึกเกะกะรำคาญสิ้นดี แต่ไม่เป็นไร เพียงทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ มันจะไม่จุ้นอีกต่อไป

  1. ที่ Location Bar พิมพ์ about:config แล้ว enter จะเจอคำเตือนขึ้นมา กดปุ่ม I''ll be carefull. I promise! เข้าไปเลย 
  2. ที่ช่อง Filter พิมพ์คำว่า Match แล้ว enter 
  3. มองหาค่าที่เขียนว่า browser.urlbar.matchOnlyTyped แล้วดับเบิ้ลคลิกมันให้เป็นตัวหนา (Value เป็นค่า true) 
  4. คราวนี้มันจะแสดงแต่ URL ที่เราพิมพ์เข้าไปแล้วครับ (ถ้ากลับใจ ทำซ้ำให้กลับเป็น false)


ให้ Awesome Bar โชว์รายการมากขึ้น :
โดยปกติ Awesome Bar จะแสดงรายการมาให้เลือกแค่ 12 รายการเท่านั้น แต่สามารถเพิ่มหรือลดได้ ด้วยวิธีการดังนี้

  1. ที่ Location Bar พิมพ์ about:config แล้ว enter จะเจอคำเตือนขึ้นมา กดปุ่ม I''ll be carefull. I promise! เข้าไปเลย 
  2. ช่อง Filter พิมพ์ browser.urlbar.maxRichResults แล้วมองหาค่าดังกล่าว 
  3. ดับเบิ้ลคลิกค่าดังกล่าว แล้วป้อนจำนวนที่ต้องการลงไปเลยครับ แล้ว OK 
  4. รีสตาร์ท Firefox สักหนึ่งที (ปิดแล้วเปิดใหม่) เพื่อให้เห็นผล


ยังไม่พอใจ อยากได้แบบ 2.0 คืนมาเลย :
แล้วทำไมไม่กลับไปใช้ 2.0 ล่ะครับ... ล้อเล่นครับ สามารถทำได้โดยนำ Extension ที่ชื่อ oldbar มาติดตั้งซะ
 

ชัดเจน :
ถ้าอยากเห็นประโยชน์ของ Awesome Bar แบบชัดเจนกว่านี้ (เผื่อกลับใจ) ลองอ่าน ความเจ๋งของ Smart Location Bar ในหมาไฟ 3 ของคุณ Palermos
 

 

Zoom ไม่รู้จักจำ

จากฉบับรวบรัด ท่านคงทราบแล้วว่า Firefox 3 สามารถจำการ Zoom ได้เป็นโดเมน ๆ ไป แต่ข้อเสียก็คือ เมื่อออกจากโดเมนนั้นไปเว็บอื่น ขนาดก็จะเปลี่ยนกลับเท่าเดิม ทำอย่างไรให้มันไม่จำเป็นโดเมนล่ะ? ก็ทำดังนี้

  1. ที่ Location Bar พิมพ์ about:config แล้ว enter จะเจอคำเตือนขึ้นมา กดปุ่ม I''ll be carefull. I promise! เข้าไปเลย 
  2. ช่อง Filter พิมพ์ browser.zoom.siteSpecific (พิมพ์แต่ Zoom ก็ได้แล้วมองหาเอา) 
  3. ดับเบิ้ลคลิกค่า browser.zoom.siteSpecific ให้เป็นตัวหนา (Value เป็น false) 
  4. คราวนี้มันก็จะไม่จำแล้วครับ (ถ้าให้จำอีกก็ทำซ้ำให้กลับเป็น true)

Full Screen แบบเดิม ๆ

สิ่งหนึ่งที่ลืมบอกไปก็คือ ในโหมด Full Screen (กด F11) ของ Firefox 3 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งคือ จะมีการซ่อน Toolbar ต่าง ๆ เอาไว้ให้เราได้ดูเว็บเต็มจออย่างแท้จริง แต่เดี๋ยวมาเดี๋ยวหดน่ารำคาญ (ขี้รำคาญจริง) จะเอาออกอย่างไร ก็อย่างนี้ไง

  1. ที่ Location Bar พิมพ์ about:config แล้ว enter จะเจอคำเตือนขึ้นมา กดปุ่ม I''ll be carefull. I promise! เข้าไปเลย 
  2. ช่อง Filter พิมพ์ fullscreen แล้วมองหาค่า browser.fullscreen.autohide 
  3. ดับเบิ้ลคลิกให้เป็นตัวหนา (Value เป็น false)
  4. เรียบร้อย

แต่หากสิ่งที่คุณรำคาญไม่ใช่เดี๋ยวซ่อนเดี๋ยวหาย แต่เป็นไอ้การที่มันค่อย ๆ หดหายไปช้า ๆ ละก็

  1. ที่ Location Bar พิมพ์ about:config แล้ว enter จะเจอคำเตือนขึ้นมา กดปุ่ม I''ll be carefull. I promise! เข้าไปเลย 
  2. ช่อง Filter พิมพ์ fullscreen แล้วมองหาค่า browser.fullscreen.animateUp 
  3. ดับเบิ้ลคลิกแล้วใส่ค่าเป็น 0 (ถ้าจะกลับเป็นแบบเดิมใส่ 1) 
  4. เรียบร้อย


แถม :
หากคุณแก้ทุกอย่างจนมาถึงขั้นนี้แล้ว สงสัยจะคิดถึง 2.0 มาก ๆ งั้นอันนี้ต้องถูกใจแน่ ๆ

   

Firefox 2 Theme สำหรับ Firefox 3
เอามาติดแล้วดื่มด่ำกับบรรยากาศเดิม ๆ (ที่แปลกไปนิด ๆ) ได้เลย

 

เจาะปัญหาภาษาไทย

เท่าที่ลองใช้ Firefox 3 ที่ยังไม่ได้ตั้งค่าภาษาไทยใด ๆ เข้าไปอ่านเว็บภาษาไทย ก็พบว่าอ่านได้ไม่มีปัญหา ยกเว้นเว็บที่ไม่ได้กำหนด Encoding หรือฟอนต์ไว้อย่างถูกต้อง (อิงค่า Default ของเบราเซอร์) อย่าง pantip.com ฟอนต์จะออกอาการเพี้ยนเล็กน้อย ดังนั้นสุดท้ายเราก็ต้องปรับ...

การปรับแต่งภาษาไทย เริ่มจากเข้าไปที่เมนู Tools > Options... แล้วไปที่ Content ดังภาพ




การปรับแต่ง แบ่งเป็น 3 ขั้นตอนดังภาพ

1. ปรับค่า Default font - ตรงนี้ให้เลือก Tahoma หรือ Microsoft Sans Serif (แนะนำ Tahoma เพราะมีขนาดใหญ่กว่านิดหน่อย) ส่วนขนาด ปล่อยไว้

2. กดปุ่ม Advance เข้าไป ....

        

 

  • ช่อง Font for เลือก Thai
  • ช่อง Proportional เลือกอะไรก็ได้ (จริง ๆ นะ)
  • ช่อง Serif เลือก Tahoma (บางคนหาไม่เจอแน่ ๆ ใบ้ให้ว่ามันเอาไปไว้บนสุด)
  • ช่อง Sans-serif เลือก Tahoma
  • ช่อง Monospace เลือก Tahoma
  • ช่อง Default Character Encoding เลือก Thai (TIS-620)
  • ค่าอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง ปล่อยมันไว้แบบนั้น (ตามภาพ)


3. กดปุ่ม Choose... ที่ช่อง Languages แล้ว Add ภาษาไทย (Thai [th]) จากนั้นกด Move Up เลื่อนไปอยู่บนสุดครับ

นอกจากนี้ ถ้าพบเว็บที่ไม่แสดงเป็นภาษาไทย ให้คลิกที่เมนู View > Character Encoding แล้วเลือก Thai (TIS-620) หรือ Unicode (UTF-8) จนกว่าจะเห็นเป็นภาษาไทย (หากหาไม่เจอ Thai จะอยู่ใน More Encoding > SE & SW Asian ส่วน UTF-8 อยู่ใน More Encoding > Unicode )

*Firefox 3.0.1 จะมีการแก้บั๊กภาษาไทยอีกจำนวนหนึ่ง รวมถึงจะมีเวอร์ชั่นภาษาไทยด้วย โปรดติดตาม (ถ้าไม่เลื่อน)

เสริมความรู้ :
ช่อง Proportional เป็นตัวกำหนดว่าจะเอาฟอนต์แบบ Serif หรือ Sans-serif เป็นฟอนต์หลัก นั่นก็คือหากตั้งที่ Serif กับ Sans-serif เหมือนกันเป๊ะ ไอ้ช่อง Proportional นี่ก็ไม่มีค่าอะไรเลย แล้วฟอนต์แบบ Serif กับ Sans-serif ต่างกันยังไง?  ปกติ Serif จะหมายถึงตัวอักษรที่มี "เท้า" "ฐาน" หรือ "หาง" ที่ส่วนปลายของเส้นครับ ตัวอย่างเช่นฟอนต์ Times New Roman ส่วน Sans-serif ก็ตรงข้ามกันคือไม่มีนั่นเอง ส่วน Monospace ก็คือฟอนต์ที่มีความกว้างเท่ากันทุกตัวอักษร

      

แต่... เป็นที่น่าเสียดายครับที่ไม่มีฟอนต์แบบ Serif และ Monospace ภาษาไทยเหมาะ ๆ ที่มีติดมากับระบบของคนทั่วไป (ที่มีอยู่ล้วนเล็กไปทั้งนั้น) นั่นเป็นเหตุที่ว่าทำไมบางคนจึงตั้งค่าฟอนต์ทั้งหมดเป็น Tahoma เพราะมันเหมาะที่สุดนั่นเอง (แม้มันจะเป็นฟอนต์แบบ Sans-serif ซ้ำยังไม่ได้เป็น Monospace ก็ตาม)

 

Profile Manager และ Safe Mode แก้ปัญหาเปิดไม่ขึ้น

หลายคนประสบปัญหา เปิด Firefox ไม่ขึ้น Uninstall แล้วลงใหม่ก็ไม่หาย นั่นเป็นเพราะส่วนที่เก็บข้อมูลของ Firefox ของคุณ (ซึ่งเรียกว่า Profile) อาจได้รับความเสียหาย

แล้วทำยังไงดีล่ะ? สร้างใหม่ซะเลยสิครับ

Profile Manager :
การเรียก Profile Manager ของ Firefox ขึ้นมาไม่ยากอะไร แต่ให้แน่ใจก่อนว่าไม่มี Firefox.exe อีกชุดเปิดค้างอยู่ (ซึ่งจะทำให้เปิดไม่ขึ้นแน่นอน) การเรียกขึ้นมาทำได้โดยไปที่ Start > Run แล้วพิมพ์

firefox.exe -profilemanager


อย่าลืมเว้นวรรคระหว่าง firefox.exe และ -profilemanager ด้วย

 


 

เมื่อมันขึ้นมาแล้วให้กด Create Profile... จะมีหน้าต่าง Wizard ขึ้นมา กด Next ตั้งชื่อ Profile ใหม่ กด Finish จบแล้ว

ลองเข้า Profile ใหม่ หากอันใหม่เข้าได้ แต่อันเก่าเข้าไม่ได้แสดงว่า Profile เก่าพัง ให้หาวิธีอพยพข้อมูลเก่ามาที่ Profile ใหม่นี้แทน โดยอาจใช้ Safe Mode ช่วย (เพื่อความสะดวก ควรเอาเครื่องหมายถูกหน้า Don't ask at startup ที่ Profile Manager ออก ให้มีการถาม Profile ที่จะเข้าทุกครั้ง)

ควรรู้ :
การสร้าง Profile ใหม่ ก็ไม่ต่างจากการมี Firefox เวอร์ชั่นเดียวกันอีกชุดติดตั้งอยู่ในเครื่อง คุณสามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เช่นให้ Profile นึงเป็นชุดประหยัดปรับแต่งให้น้อยที่สุดเพื่อให้เปิดได้รวดเร็ว แล้วอีกชุดเป็นตัวเน้นแต่งเอาไว้ลอง Extension แปลก ๆ เป็นต้น



Safe Mode :
เมื่อ Firefox มีปัญหาจนเปิดไม่ขึ้น และคุณยังมีข้อมูลที่ต้องเอาออกมา (เช่น Bookmarks) Safe Mode จะเป็นความหวังสุดท้าย เพราะมันจะทำการปิด Extension และ Theme รวมถึง Setting สำคัญ ๆ ออกจนหมด ให้ Firefox รันในสภาพเหมือนไม่ได้ติดตั้งอะไรเพิ่มลงไปเลย ซึ่งมีโอกาสเปิดขึ้นได้สูงกว่า

โดยปกติเมื่อติดตั้ง Firefox จะมี Shortcut ของ Firefox (Safe Mode) ติดไว้ให้ด้วย แต่ถ้าใครลบทิ้งไปก็สามารถเข้าได้ทาง Start > Run แล้วพิมพ์

firefox.exe -safe-mode


โดยต้องเว้นวรรคระหว่าง firefox.exe กับ -safe-mode ด้วย (แต่ระหว่าง -safe ก