[Firefox] สนุกกับ Profile
posted on 24 Jun 2009 00:53 by ninkungz in Firefox
หลายครั้งมาก ๆ ที่ผมเจอคนมีปัญหากับ Firefox แล้วอยากตะโกนบอกเขาว่า "ก็ลองสร้าง Profile ใหม่ดูสิเฟ้ย" แต่ก็แน่ล่ะ ไม่บอกวิธีทำใครจะไปรู้ จริง ๆ ผมก็เคยเขียนไว้แล้วใน "คู่มือ Firefox 3 น่ารู้ ฉบับไขปัญหา" แต่เคยโยนลิ้งค์ให้คน ๆ นึง แล้วเงียบเป็นเป่าสาก (คงเพราะมันยำหลายเรื่องด้วย เลยดูยากมั้ง
) ทำให้ผมต้องสรุปไอ้เรื่อง Profile นี่อีกครั้งเพื่อไว้อ้างอิงในอนาคต
Profile คืออะไร?
พูดง่าย ๆ มันคือที่ ๆ Firefox ใช้เก็บข้อมูลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้งาน เช่น การตั้งค่าต่าง ๆ, Bookmark, Cookies, History, Password, Form, รวมไปถึง Add-on ต่าง ๆ ด้วย โดยสรุปก็คือแทบทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดจากการใช้งาน Firefox ถูกเก็บไว้ที่นี่แหล่ะ
หลายครั้งที่มีข้อมูลใน Profile เสียหายจากเหตุต่าง ๆ ทำให้ Firefox ออกอาการเพี้ยนไปต่าง ๆ นา ๆ จนถึงขั้นเปิดไม่ขึ้นเลยก็มี และ Profile ก็ไม่ได้ถูกลบทิ้งไปด้วยเมื่อ Firefox ถูก Uninstall ออกไป (จริง ๆ ตั้งแต่ 3.0 ขึ้นไป จะมีถามด้วยว่าจะลบด้วยมั้ย) ทำให้ติดตั้ง Firefox ใหม่กี่ครั้งก็ไม่หาย หลายคนเจอแบบนี้ก็เลือกที่จะ Format เครื่อง (ซึ่ง Profile หายไปแน่ ๆ
) ผลก็คือ โอ้ อาการเพี้ยนหายเป็นปลิดทิ้ง
.... ทั้ง ๆ ที่แค่สร้าง Profile ใหม่ก็จบแท้ ๆ
ถ้าถามว่าการสร้าง Profile มีประโยชน์อะไร ? ก็...
- สำหรับเครื่องที่ใช้กันหลายคนแต่ไม่แบ่ง User ก็มาแบ่งด้วย Profile นี่ล่ะ
- สำหรับคนที่อยากทดลองแต่ง Firefox แบบสุดกู่ แต่กลัว Firefox พัง
- สำหรับคนที่บางเวลาอยากท่องเว็บด้วย Firefox แบบเบา ๆ แต่บางครั้งก็อยากใช้ Firefox แบบครบเครื่อง!
ตกลงกันก่อน
- ในบทความนี้จะเน้น Windows XP เป็นหลัก
- สำหรับ Vista และ Windows 7 ซึ่งปกติจะซ่อนคำสั่ง Run เอาไว้ ให้กด Win + R แทน
- อย่าลืมเว้นช่องว่างให้ถูกต้อง
มาลองสร้าง Profile กันเถอะ
ก่อนจะเริ่มสร้างกัน ผมแนะนำให้หาอะไรมาจดบันทึกก่อนก็ดีนะครับ เพราะคุณต้องปิด Firefox ให้สนิทก่อน มิฉะนั้น คุณจะได้ Firefox โผล่มาอีกหน้าต่าง
เมื่อปิดสนิทแน่แล้ว ก็กด Start > Run จากนั้นพิมพ์
firefox -p
โดยต้องมีช่องว่างระหว่าง firefox กับ -p ด้วยนะครับ แล้วกด Enter ... หากไม่มีอะไรผิดพลาด คุณจะพบกับหน้าต่าง Profile Manager แบบนี้
โดยปกติถ้าคุณไม่เคยสร้าง Profile มาก่อน ก็จะเจอชื่อเดียว คือ Default แต่ในภาพผมทดลองสร้างไว้บ้างแล้ว สำหรับการสร้าง Profile ใหม่ ก็แค่
- คลิกที่ปุ่ม สร้างโพรไฟล์ใหม่... (Create Profile...)
- จะมีหน้าต่างอธิบายประโยชน์ของ Profile ขึ้นมา (อ่านซะหน่อยก็ดี) กด ถัดไป (Next)
- จากนั้นก็แค่ใส่ชื่อ Profile ลงไป กด เสร็จสิ้น (Finish) ก็เรียบร้อย
แล้วจะมีชื่อ Profile ใหม่โผล่มา สามารถดับเบิ้ลคลิกเพื่อเปิดขึ้นมาได้เลย แล้วคุณจะพบ Firefox ในสภาพใหม่แกะกล่อง ที่ยังเร็วฉิวแบบช่วงแรก ๆ ที่ใช้มัน (ถ้ามันอืดแต่กำเนิด ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ
) โดยการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับ Firefox เกิดใหม่ตัวนี้ จะไม่ส่งผลกับ Firefox ตัวเก่าของคุณ เพราะมันอยู่คนละ Profile กัน อ้อ! จำไว้นะครับว่า ครั้งต่อไปที่เปิด Firefox ขึ้นมา มันก็จะดึง Profile สุดท้ายที่คุณเปิดมานะครับ
นอกจากสร้างจาก Profile Manager แล้ว คุณยังพิมพ์คำสั่งเพื่อสร้าง Profile ได้อีกด้วย ดังนี้ (พิมพ์ใน Run และปิด Firefox ให้หมดซะก่อน)
firefox -CreateProfile profilename
โดย profilename ให้ใส่ชื่อ Profile ที่ต้องการสร้างลงไป ถ้าสำเร็จก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าพลาด จะมี Profile Manager ขึ้นมาแทน
อื่น ๆ เกี่ยวกับ Profile Manager
- หากต้องการให้ Firefox เปิด Profile Manager ขึ้นมาทุกครั้ง ให้เอาเครื่องหมายถูกหน้า ไม่ต้องถามขณะเริ่มทำงาน (Don't ask at startup) ออก
- ในการเปลี่ยนชื่อ Profile โฟลเดอร์ที่เก็บ Profile จะไม่เปลี่ยนชื่อตามไปด้วย ระวังให้ดีล่ะ
- เมื่อสั่งลบ Profile จะมีคำถามขึ้นมาว่า จะลบแฟ้มข้อมูลทิ้งด้วยมั้ย ถ้าตั้งใจจะลบจริง ๆ อย่าลืมสั่งให้มันลบด้วย เพราะขนาดไม่ใช่เล็ก ๆ ทิ้งเอาไว้รกเปล่า ๆ
เคล็ดลับการเปิด Profile
1. เรียก Profile ที่ต้องการโดยไม่ต้องเข้า Profile Manager
นอกจากการเลือกเปิด Profile ผ่าน Profile Manager แล้ว คุณยังสามารถเปิด Profile ตรง ๆ ผ่าน Start > Run ได้ด้วย โดยพิมพ์
firefox -p "profilename "
โดย profilename หมายถึงชื่อ Profile ที่ต้องการเปิด ซึ่งต้องอยู่ในเครื่องหมายคำพูด และต้องใช้ตัวพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ให้ถูกต้องด้วยนะครับ (หากพลาด จะมี Profile Manager ขึ้นมาแทน)
2. สร้าง Shortcut icon เพื่อเรียก Profile
หากต้องการสร้าง Shortcut icon เพื่อเปิด Profile นี้โดยเฉพาะ สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการก็อป Shortcut icon ของ Firefox ออกมาจาก Start Menu ก่อน (คลิกขวาที่ไอค่อนแล้วเลือก Copy จากนั้นเอามา Paste ที่ Desktop) หรือจะสร้างใหม่เลยก็ได้ แล้วคลิกขวาที่ Shortcut แล้วเลือก Properties จากนั้นไปที่แท็บ Shortcut (มันไปให้อยู่แล้ว)
ในช่อง Target ให้เว้นวรรคแล้วใส่ -p ตามด้วยชื่อ Profile ต่อท้ายลงไป (ดูให้ดีว่า -p ต้องอยู่นอกเครื่องหมายคำพูดนะ แต่ชื่อ Profile ต้องมีเครื่องหมายคำพูดด้วย) แล้ว OK แค่นี้ก็ได้ Shortcut ไว้เปิด Profile ที่ต้องการแล้ว
3. เคล็ดวิชาลับ เปิดหลาย Profile พร้อมกัน!
ง่าย ๆ แค่เพื่อ -no-remote ต่อท้ายคำสั่งเรียก Profile เท่านั้น ดังนี้ (ที่ Run ตามเคย)
firefox -p "profilename " -no-remote
โดยระหว่าง -no กับ -remote นี่ ไม่มีเว้นวรรค พิมพ์ติดกันไปเลยครับ
ในภาพจะเห็นว่า มี Firefox 2 หน้าต่าง แต่คนละธีม เพราะมันเป็นคนละ Profile กัน และแน่นอนว่า กินแรมคูณสอง!!
รู้จักที่ซ่อนของ Profile
ตัวจริงของ Profile ไม่ใช่สิ่งลี้ลับ มันก็แค่โฟลเดอร์ ๆ หนึ่งที่เก็บไฟล์ต่าง ๆ เอาไว้ โดยปกติเราจะสามารถเข้าไปหา Profile ได้ดังนี้
Windows 2000 / XP / Vista / 7
- เอาแบบง่าย ๆ พิมพ์ %appdata%\Mozilla\Firefox\Profiles ใน Address bar ของ Windows Explorer แล้ว Enter (หรือพิมพ์ใน Start > Run ก็ได้)
Linux
- อยู่ที่ ~/.mozilla/firefox/
Mac
- อยู่ที่ ~/Library/Mozilla/ หรือ ~/Library/Application Support/
เมื่อเข้าไปแล้วคุณจะพบโฟลเดอร์ที่มีชื่อรูปแบบนี้ => xxxxxxxx.profilename
โดย xxxxxxx จะเป็นอักษรและตัวเลขแบบสุ่ม 8 ตัว ส่วน profilename จะเป็นชื่อตอนที่คุณสร้าง ตัวอย่างก็ อะไรแบบนี้...
และแน่นอนว่าเราสามารถก็อปปี้โฟลเดอร์ของ Profile นี้เก็บไว้เพื่อเป็นการสำรองข้อมูลได้ นอกจากนี้เรายังสามารถเลือกเคลื่อนย้ายเฉพาะไฟล์ที่สำคัญ ๆ ได้ด้วย ซึ่งเรื่องนี้จะพูดถึงกันตอนหน้าครับ
ส่งท้าย
บอกตามตรงว่าผมไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ว่าไอ้ที่เขียนไปจะอ่านแล้วไม่งง
ดังนั้นหากไม่เข้าใจตรงไหนให้ถามเลยครับ แล้วผมจะแก้เพิ่มเติมให้ มาช่วยกันหน่อยเถอะ!!
ป.ล. มีภาคต่อ...
สรุปก็คือถ้าเป็นผู้ใช้งานทั่วไป ก็รู้แค่ว่าถ้ามีปัญหาก็ลบโปรไฟล์เดิมทิ้ง สร้างโปรไฟลืใหม่ ก็น่าจะพอสินะ


#1 By ppao on 2009-06-24 07:20