Cartoon-Games

ช่วงนี้ไม่ได้เขียนเรื่อง Software เลย แฟน ๆ (มีด้วยเรอะ?) คงไม่ว่ากันนะครับ ยังไงช่วงนี้ก็ไม่มีเรื่อง Software จะเขียนอยู่แล้ว (มันเงียบผิดปกติแฮะ) หรือว่าผมไม่ไปขวนขวายเองหว่า?

หลังจากเล่นเกมที่สลับกันเล่นไปเรื่อย ๆ จนจบวันเดียวกัน 4 เกมไปแล้ว ช่วงนี้ก็เหมือนว่าง จะได้หาเกมยาว ๆ ยืด ๆ มาเล่นสักที ซึ่งก็ต้องเป็นเกม RPG แน่นอนอยู่แล้วล่ะ มาดูว่าใครเข้ารอบบ้าง

1. Final Fantasy III

จริง ๆ ผมเป็นสาวก DQ มากกว่า FF นะครับ แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ผ่าน FF มามากกว่า คงเป็นเพราะ FF ภาคหลัง ๆ ออกแบบให้คุณดำเนินเรื่องไปได้โดยไม่ต้องหยุดเก็บ Level นานนัก แค่เดินหลงทางนิดหน่อย โอ้เอ้หาของให้ครบ ก็มี Level พอไปปะทะบอสในช่วงนั้น ๆ ได้แล้ว(ยกเว้นบอสตัวสุดท้ายมักจะเก่งแบบก้าวกระโดด ทำให้ผมมักเลิกเล่นไปก่อนจะเล่นจบ) แต่พอมาลอง FF3 ภาคทำใหม่แล้ว ผมกลับต้องเดินเก็บ Level พักใหญ่เพื่อจะได้ลุยดันเจี้ยนแรก ๆ ได้ แถมมักจะชนะบอสแบบเฉียดฉิวทุกครั้ง (หลายครั้งเหลือรอดแค่ 1 คน) มี Jobs ให้เลือกมากมาย แถมถ้าไปคุยกับคนที่เล่นเกมนี้ด้วยกันจะพบว่าแต่ละคนมีการจัดทีม Job ตามสูตรของตัวเอง (มีคนรู้จักคนนึงเลือก Job แบบยึดติดกับสูตรปั๊มไอเท็ม) ทำให้ผมสับสนพอสมควร อีกอย่างการเปลี่ยน Job จะทำให้ชุดตัวละครเปลี่ยนไปด้วย นั่นยังไม่เท่าไหร่ถ้าไม่มีตัวละครหญิง Refia เพิ่มเข้ามา (ภาค 3 Original ไม่มีการระบุเพศ บุคลิก หรือเนื้อหาของตัวละคร 4 ตัวของเราใด ๆ ทั้งสิ้น) ซึ่งชุดแต่ละ Job ของ Refia นั่นจะมี Design ต่างกับตัวละครชายอื่น ๆ ครับ คือ... ใส่ชุดไหนก็น่ารักไปหมด เลือกไม่ถูกเลยจริง ๆ !! (จอมเวทย์มนต์ขาวหูแมวน่ะ คิดดู..)

สรุป : Job เยอะ ชุดน่ารัก เลือกไม่ถูก


2. Megaman Battle Network 5 Double Team

จริง ๆ มันก็คือเกม Rockman EXE 5 ภาคภาษาอังกฤษน่ะแหล่ะ เป็นการเอาภาค 5 ของ GBA มาทำใหม่ใส่เสียงพูด และเมนูแบบ Touch Screen เข้าไป แถมยังรวม 2 Version บน GBA เข้าด้วยกันด้วย (ยุทธวิธีแยกเวอร์ชั่นขาย ติดมาจาก Pokemon) พูดถึง Rockman EXE นี่ จัดเป็นเกม RPG ที่ผมประสบความสำเร็จพอสมควร เพราะเล่นจบถึง 4 ภาค!! (ปกติเป็นคนเล่น RPG ไม่เคยจบครับ เพิ่งมาจบเกมแรกคือ Medabot Metabee ของ GBA แล้วตามด้วย Rockman EXE นี่เอง) ภาค 5 นี่เล่นค้างเอาไว้นานแล้ว คิดว่ามาเล่นอีกทีบน NDS เลยดีกว่า..... แต่แล้ว.... พอเริ่มสู้เท่านั้นล่ะ จบกันครับ เพราะ...มันมีเสียงพูด!!! แล้วไงเหรอ? คือ.. ปกติตัวเอกของเกมนี้จะเป็นเด็ก ป. 6 (ขึ้น ป. 6 ตอนภาค 4) แต่เสียงในเกม (เวอร์ชั่นอเมริกา) ดันใช้เสียงแบบเด็กหนุ่มค่อน ๆ ไปทางยี่สิบกว่า ๆ ด้วยซ้ำ (คล้าย ๆ เสียงตอน Mission Complete ใน Elite Beat Agents) แถมเสียงพูดจะมีทั้งตอน Jack-in (เข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ท) ตอนเริ่มสู้ (ฺBattle Routine Set) ตอนใช้ Battle Chip รวมถึงเสียงตอนยิงชาร์จช็อตด้วย!!! โอ้! โน้ววววววว!!! แถมอีกอย่างคือ เกมนี้จะใช้ฉากแบบ isomatic หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ เดินเฉียง ๆ น่ะแหล่ะ ตอนเล่นใน Emulator ด้วยจอย PS2 น่ะมันก็คล่องดีหรอก แต่ปุ่ม + ของ NDS Lite มันกดเดินเฉียงยากเป็นบ้าเลย แล้วเกมนี้ต้องเดินวนเป็นว่าเล่นด้วย โอ้! โน้ววววววว!!!

สรุป : มีไตเติ้ลเปิดตัว มีเมนู TouchScreen แต่ไม่มีเสียงนั้นได้มั้ย!?


3. Pokemon Ranger

เกือบจะลืมไปแล้วว่า ผมเป็นสาวกโปเกม่อนคนนึง และเกมโปเกม่อนที่ออกมาเพื่อแสดงลูกเล่นของ Touch Screen เกมนี้ผมจะพลาดไปได้ยังไงกัน เลยหยิบเอามาลองระหว่างรอโปเกม่อน Diamon & Pearl ภาคภาษาอังกฤษที่จะออกปลายเดือนหน้านี้... พอได้เล่นเท่านั้นแหล่ะ! ใช่เลย! นี่สิเกมแบบที่เราชอบ!! เรารับบทเป็นผู้พิทักษ์โปเกม่อน ที่ต้องยืมมือโปเกม่อนตามรายทางมาช่วยแก้ปัญหา โดยต้องจับโปเกม่อนอาสาสมัครด้วย Touch Screen พอจับมาก็ยืมพลังมาใช้ได้ทีนึง แล้วมันก็ไปเลย (เราไม่ใช่ Trainer ซึ่งครอบครองโปเกม่อนได้เป็นว่าเล่น) สนุกเป็นบ้า แต่กลัว Touch Screen เสียเหมือนกันนะเนี่ย... (ไม่รู้กว่าจะจบเกมต้องวงกี่ครั้งกัน) เราจะได้เห็น Pokemon เดิน ๆ บิน ๆ กันจะ ๆ ในฉาก ได้เห็นโปเกม่อนโจมตีแบบชัด ๆ ใกล้ชิดกว่าภาคปกติยิ่งนัก แถมไม่ต้องมานั่งลังเลว่า... จะเก็บตัวไหนไว้ดีน้า~

สรุป : มันสนุกจริง ๆ นะ ทำไมรู้สึกไม่ค่อยดังหว่า

.
.
.
และเกมที่เลือกเล่นตอนนี้ก็คือ..
.
.
.
.
.
.
Final Fantasy III

ถึงอยากจะเลิกเล่น ถึงจะลังเลเรื่อง Jobs ถึงจะแพ้บอสจนท้อ แต่มันเลิกไม่ได้จริง ๆ นะ!!

คำเตือน :
ยาวมาก............ แนะให้เก็บไว้อ่านนอกเวลา


- ปฐมบท -


ราว ๆ เที่ยงของวันที่ 4 มีนาคม พุทธศักราช 2550 นินคุงยืนมองบางสิ่งอยู่ที่หน้าร้านขายอุปกรณ์เกมซึ่งตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของโรงหนังแห่งหนึ่งแถว ๆ อนุสาวรีย์ชัยฯ นินคุงยืนมองนาน จน ผู้ร่วมนำทาง เริ่มรำคาญ ผู้ร่วมนำทางจึงชิงถามคนขายว่า "มี Nintendo DS มั้ย"


ย้อนกลับไปเมื่อราว 1 อาทิตย์ก่อน....


นินคุงเริ่มรู้สึกว่าชีวิตของเขาเริ่มอิ่มตัว จากที่เคยอ่านการ์ตูนสนุก ก็เริ่มเบื่อไม่อยากหยิบมาอ่าน พวก DVD หรือ VCD ก็ขี้เกียจนั่งดู ซ้ำร้ายยังเซ็งเครื่องคอมพิวเตอร์สุด ๆ ไม่ว่าจะอินเตอร์เน็ทที่ดูเว็บอ่านกระทู้แป๊ปเดียวก็ไม่มีอะไรเหลือแล้ว หรือแม้แต่เกม PC ที่น่าเบื่อขึ้นทุกวัน... เขาต้องหาอะไรสักอย่าง สิ่งที่หายไปจากชิวิตของเขานับสิบปี สิ่งที่สามารถเปิดใช้ได้ทันทีไม่ต้องรอบูตเครื่อง ไม่ต้องกลัวเข้า Windows ไม่ได้ และเอาไปเล่นที่ไหนก็ได้!!

ใช่แล้ว มันคือเครื่องเล่นเกมแบบพกพา แต่ขอร้องว่าโทรศัพท์มือถือไม่เกี่ยว ไอ้ของทรมานมือแบบนั้นมันไม่ได้มีไว้เล่นเกมหรอก!! แล้วเครื่องอะไรล่ะ นินคุงมีคำตอบในใจแล้วว่ามันต้องเป็น NintendoDS เท่านั้นแล...


- มุ่งสู่ชุมชนคน DS -

แต่ก่อนจะเดินทางไปตามหา สิ่งสำคัญก็คือข้อมูล!! นินคุงจึงต้องเข้าไปหาข้อมูลตามชุมชนคนรัก NDS หลังจากฟังชาวบ้านเขาคุยกัน (จริง ๆ คืออ่านกระทู้เอานั่นล่ะ) ก็ได้ข้อมูลมากมายก่ายกอง จนต้องตัดทิ้งเอาไว้ตอนภาคผนวก (เดี๋ยวจะยืดเยื้อ) แต่ข้อมูลสำคัญที่สุดคือจุดหมายปลายทางที่ NDS นอนรออยู่นั่นคือร้านขายอุปกรณ์เกม!! ซึ่งได้คำบอกใบ้มาเพียงแค่ " G. O. N. " เท่านั้น!!?

หลังจากพยายามหาความหมายอยู่นาน ก็พบว่านั่นเป็นชื่อย่อของร้านเกมที่ดีที่สุด 3 ร้าน หลังจากศึกษาเส้นทาง นินคุงก็เลือกร้าน G ซึ่งไปง่ายที่สุด!


- ผู้ร่วมนำทาง -

นินคุงนั้นเป็นคนที่ไม่ถนัดการเดินทางอย่างยิ่ง และไม่ถนัดการต่อรองกับคนขายซะด้วย ก็เลยต้องหา ผู้ร่วมนำทาง (ผู้ร่วมทาง + นำทาง) โดยเริ่มจากขอความช่วยเหลือจากผู้ที่มี NDS ถึง 3 เครื่อง(!!) ในที่สุดก็นัดแนะกันได้ เป็นวันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคมเวลาบ่ายโมง... นอกจากนั้นยังมีผู้ครอบครอง NDS หลายคนจะตามไปให้กำลังใจด้วย แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้นินคุงมั่นใจเต็มร้อย...

ในช่วงที่หาผู้ร่วมนำทางนั้นนินคุงได้ทิ้งข้อความไว้ใต้ชื่อใน MSN ว่า "ไม่มีใครไปซื้อ NDS เป็นเพื่อนเลย" เพียงช่วงสั้น ๆ ก็ลบทิ้ง แต่แล้วเพื่อนเก่าแก่บนเน็ทคนนึงก็ทักมา.. "เลือกสีไว้แล้วรึยัง?" นินคุงตอบไปว่า "ดำหมดก็เอาฟ้า" โดยไม่คิดว่านั่นเป็นลางชัด ๆ

วันที่ 3 มีนาคม พี่สาวของนินคุงกลับมาบ้านหลังจากไม่ได้กลับมานาน นินคุงได้ใช้อุบายชวนไปซื้อ Flash Drive (Flash Drive อันเก่าของพี่เพิ่งเสีย) และพี่ของนินคุงก็ตอบตกลงเป็น
ผู้ร่วมนำทาง นินคุงมั่นใจเพิ่มขึ้นเป็น 99% แล้ว แต่ว่า... อีก 1 เปอร์เซ็นต์นั่นมันอะไรกัน มันคืออะไรกันหว่า?


- ออกเดินทาง -

นินคุงออกเดินทางราว ๆ 11 โมงออกไปกับพี่ วางแผนไว้ว่าจะไปที่ร้าน G เพื่อซื้อทุกอย่างก่อนแล้วค่อยไปซื้อ MicroSD กับ Flash Drive ที่พันธุ์ทิพย์ (เพราะมันถูกกว่า) และระหว่างเดินทางนี่เองไอ้ความไม่มั่นใจ 1 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือก็กระจ่าง.... "ถ้าของสำคัญอันนั้น หมดขึ้นมาล่ะ?" ก็คงจะไม่ซื้อ NDS วันนี้ แต่คงไม่บังเอิญหมดหรอกน่า..

เมื่อไปถึง.. นินคุงยืนมองบางสิ่งอยู่ที่หน้าร้านขายอุปกรณ์เกมซึ่งตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของโรงหนังแห่งหนึ่งแถว ๆ อนุสาวรีย์ชัยฯ นินคุงยืนมองนานจน
ผู้ร่วมนำทาง เริ่มรำคาญ ผู้ร่วมนำทางจึงชิงถามคนขายว่า "มี Nintendo DS มั้ย" คนขายตอบกลับมาทันใด "เหลือสามสีครับ ขาว ชมพู ฟ้า" นั่นไงล่ะ!! ไอ้ที่คุยวันก่อนเป็นลางชัด ๆ ก็ต้องเอาสีฟ้าล่ะนะ แต่เดี๋ยวก่อน ต้องถามหา ของสำคัญอันนั้น ก่อน ...."หมดครับ มาพรุ่งนี้" อึ้งเลย สงสัยนินคุงจะมีพลังทำนายอนาคต ตอนนี้รู้สึกสับสน เราเห็น NDS อยู่ตรงหน้า แต่ไม่มี ของสำคัญอันนั้น มันก็ใช้ทำอะไรไม่ได้ จริงสิเรายังนัดเหล่า ผู้มี NDS ไว้นี่นา จะรอปรึกษาดีมั้ย แต่พี่ของนินคุงเริ่มอารมณ์เสียแล้ว รอจนบ่ายกว่า ๆ ก็ยังไม่เจอ สุดท้ายก็เลยตัดสินใจซื้อเท่าที่มีขาย...

 

- นาทีที่ซื้อ -

"มีเครื่อง Asia มั้ย" นินคุงถามถึง NDS Lite รุ่นที่ออกแบบมาให้ใช้กับไฟ 220V ของบ้านเรา (จริง ๆ ต่างกับรุ่นอื่นแค่หม้อแปลง) "เครื่อง Asia มีแต่สีฟ้าค่ะ" คนขายผู้หญิงตอบ สงสัยจะทำบุญกับสีฟ้ามาตั้งแต่ชาติที่แล้ว ก็เอาเลยสีฟ้านี่แหล่ะ จากนั้นคนขายผู้ชายใส่แว่น (ผู้มี NDS 3 เครื่องเคยบอกไว้ว่าร้านนี้ให้ซื้อกับคนนี้) ก็ให้ลองเครื่อง โดยเปิดโปรแกรมหา Bright Dot - Dead Pixel (ซึ่งเป็นปัญหาของจอ LCD ทั่วไป) ให้เรียบร้อย ก็มองหา OK ไม่มี จากนั่นก็.. "เอาแผ่นกันจอด้วย" นินคุงถามหาของชิ้นต่อไป.. "ให้ติดให้เลยมั้ยครับ" คนขายใส่แว่นถาม ก็ให้เขาดิดไป เพราะนินคุงติดสติ๊กเกอร์อะไรทีไรก็มีฟองอากาศเข้าไปแน่ ๆ 100%

จากนั้นก็ถามหากระเป๋าใส่เครื่อง นินคุงเลือกแบบ AirForm ซึ่งกันกระแทกได้ดี ซึ่งก็เหลือแต่สีดำ เอาแหล่ะก็กะมาซื้อเครื่องสีดำอยู่แล้ว ได้สีดำแค่กระเป๋าก็ยังดี แล้วก็ถามหา Polycabonate Case (ซึ่งมันก็คือเกราะใสกันรอยน่ะแหล่ะ) แต่คนขายบอกว่าถ้าติดไอ้นี่แล้วจะเอาใส่กระเป๋าไม่ได้นะจะเอามั้ย งั้นไม่เอาก็ได้ จากนั้นก็ถามราคาของ MicroSD ซึ่งต้องใช้กับ
ของสำคัญอันนั้น แต่ที่นี่ขาย 1 GB ตั้ง 7xx บาทแน่ะ ถ้าอยากได้ราคาถูก (แค่ 3xx บาท) ต้องถ่อไปพันธุ์ทิพย์ แต่.. ถ้าจะไปซื้อ ของสำคัญอันนั้น ต้องไปมาบุญครอง ซึ่งมันคนละทางกันเลย ผู้ร่วมนำทาง เริ่มหงุดหงิด นินคุงก็เลยบอกว่าจะมาซื้อ ของสำคัญอันนั้น คนเดียวพรุ่งนี้ แต่แล้ว ผู้ร่วมนำทาง ก็บอกว่า "จะซื้อ NDS ไปนั่งดูเฉย ๆ งั้นเหรอ ไหน ๆ ก็มาแล้วก็ต้องตามหาให้ได้วันนี้แหล่ะ" และการเดินทางไปมาบุญครองก็เริ่มขึ้น...


- ตามหา ของสำคัญอันนั้น สุดขอบมาบุญครอง -

มาบุญครองต้องมี ของสำคัญอันนั้น แน่ ๆ เพราะนินคุงเคยเห็นร้าน O ที่อยู่ที่มาบุญครองเป็นคนนำเข้ามา นินคุงไม่ได้มาที่มาบุญครองนานแล้ว ครั้งสุดท้ายก็มาซื้อเกมกับพ่อ ใช่ มันนานพอ ๆ กับที่นินคุงไม่ได้เล่นเกมบนเครื่องเล่นเกมน่ะแหล่ะ ไม่คิดว่าร้านค้ามันจะอัดแน่นเต็มไปหมด (หลัง ๆ ไปแต่เซ็นทรัลพระราม 2 กับพารากอนที่ออกจะโล่ง ๆ) ยังไงก็ตรงไปริมสุดชั้น 6 เพื่อไปร้าน O ...

..ว่างเปล่า... ไม่มีใครอยู่ที่ร้าน แถมตู้โชว์ดูโล่ง ๆ มีของโหลงเหลง อะไรกันเนี่ย!!! แต่แล้วพอหันไปมองร้านตรงข้าม (ชื่อร้าน Time อะไรสักอย่างนี่ล่ะ) ก็เจอ
ของสำคัญอันนั้น ในราคา 1500 บาท แพงกว่าที่ร้าน G แค่ 50 บาท ก็เอาเลย

ต่อไปก็ไปซื้อ MicroSD 1 GB ที่พันธุ์ทิพย์สินะ แต่ห้างร้านเยอะแบบมาบุญครองนี่ มันต้องมีสิน่า!! ก็เจอร้านไหนก็ถามไปเรื่อย มีทั้ง 6xx 7xx 8xx และ 9xx บาท ยังไม่ท้อเฟ้ย! และในที่สุดที่ชั้น 4 ..

เจอร้านขาย DVD ในตำนาน ร้าน Boomerang มี DVD Anime Boxset : เหนือเมฆา..ที่แห่งสัญญาของเรา + เสียงเพรียก...จากดวงดาว ราคาแค่ 419 !! (บนเว็บที่ซื้อประจำ 699 บาทแน่ะ) แล้วก็ได้ DVD Nanoha A's แผ่น 1 มาด้วย เอ้า นอกเรื่องไปแล้ว แต่เหมือนร้านนี้จะนำโชค เพราะเพียงเดินออกมาอีกหน่อยก็พบร้านเล็ก ๆ ที่มี MicroSD 1 GB ของ Kington ขายในราคา 388 บาท !! และแล้วการตามล่า NDS Lite และอุปกรณ์เสริมของนินคุงก็สิ้นสุดลง...
.
.
.
.
ชีวิตนินคุงหลังจากนี้จะเป็นเช่นไร โปรดติดตาม....อ่าน Blog นี้ไปเรื่อย ๆ ละกัน




- เก็บตก -

  • วันนั้นที่มาบุญครองมี VCD/DVD Death Note Movie ถึง 3 เวอร์ชั่น แถมขายคนละร้านด้วย (ของแท้ทั้งหมด) แมงป่องใหญ่มี VCD เฉย ๆ , Media Network มี VCD แถมสมุดโน้ต, แมงป่องร้านเล็กชั้นล่างมี DVD เฉย ๆ ทำไมไม่ขายให้มันครบ ๆ ในร้านเดียวนะ? (มีอีกเวอร์ชั่นที่ไม่เจอคือ DVD แถมแก้ว ซึ่งไม่แนะนำเพราะไม่มีกล่อง DVD ให้ ต้องเก็บ DVD ไว้กับกล่องที่มากับแก้วน่ะแหล่ะมั้ง)
  • เมื่อการค้นหาเสร็จสิ้นก็แวะกิน โออิชิ หลังจากไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เช้า ราเมงต้มยำนี่เผ็ดเป็นบ้า
  • ผู้ที่มี NDS 3 เครื่อง และผู้มี NDS คนอื่น ๆ ไปที่ร้าน G ตามนัด แต่.. หลังจากที่นินคุงไปมาบุญครองแล้วนะ

  • หลังจากได้ ของสำคัญอันนั้น แล้ว ก็พบว่ามีร้านอื่นขาย ของสำคัญอันนั้น เต็มไปหมด
  • พี่ของนินคุงไม่ได้ซื้อ Flash Drive ...

: สรุปราคา :

NDS Lite Asia สีฟ้า (ICE BLUE) 5900.-
แผ่นกันจอ Hori   200.-
 กระเป๋า AirForm สีดำ   250.-
 R4 DS (ของสำคัญอันนั้น)   1500.-
 MicroSD 1 GB Kington 388.-
--------------
8238.-


edit @ 2007/03/07 22:56:21
edit @ 2007/03/07 22:59:00
edit @ 2007/03/07 23:04:36

NinkungZ View my profile


Favourites


View My Stats