Cartoon-Games

ขออภัยที่เชื่องช้าครับ ช่วงนี้โรคภูมิแพ้ดันกำเริบ นั่งหน้าคอมพ์นาน ๆ พาลจะจามตายไปซะนี่ เลยไม่ค่อยได้มาเขียนบล็อกซะเท่าไหร่ (บวกกับหายไปช่วงเน็ทห่วยโทรศัพท์สายขาดแล้ว...เดือนนี้น่าจะมีเอ็นทรี่น้อยที่สุดในรอบ 2 ปีเลยล่ะมั้ง) แต่ก็จะพยายามหายในเร็ววัน ...นี่เป็นมาสองอาทิตย์แล้วนะ

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นวันที่ผมได้ข่าวว่า DVD "เรียกเธอว่าพระเจ้า" รุ่นผลิตใหม่จะออกมาอีกครั้ง ผมบึ่งไปเซ็นทรัลเวิร์ลหวังเพื่อตรงเข้าร้านที่ผมคิดว่า "ของเพียบสุด ๆ " แต่พอไปถึงแล้วดันไม่เจอพระเจ้า... แต่ก็ได้ Bleach the Movie : Memories of Nobody มาแทน (คราวก่อนตอนไปหาซื้อ DVD พระเจ้าล็อตแรก ก็ได้ ยมทูตสีขาว มาแทน ) เอาล่ะไปดูกัน..

 

Bleach the Movie : Memories of Nobody

เป็นอีกเรื่องของ Rose ที่ใช้แพ็คเกจกระดาษแบบเดียวกับ DVD เรียกเธอว่าพระเจ้า แต่จะสั้นกว่าเพราะใส่ DVD มาเพียง 2 แผ่น (ต่างจากของญี่ปุ่นที่มี 3 แผ่น) ซึ่งขนาดนี้ผมว่าเก็บง่ายดีทีเดียว

ที่พิเศษกว่า DVD ฮารุฮิ เห็นจะเป็นตรงปลอกพลาสติกที่มีพิมพ์ตัวหนังสือทองว่า BLEACH THE MOVIE MEMORIES OF NOBODY นี่แหล่ะ ด้านหลังกล่องก็เป็นสีทองอร่าม แต่ไม่ได้ถ่ายมา..

เปิดขึ้นมาก็จะเจอดาบอยู่ที่ฝาด้านบน ส่วนข้างล่างในภาพเป็นของแถมครับ การ์ดยมทูต 19 ใบ ขนาดเท่า ๆ กล่องน่ะแหล่ะ โดยจะมีแถบกระดาษบาง ๆ คาดเอาไว้ไม่ให้หลุดกระจาย (หลายคนพบ "รอยนิ้วมือ" ในการ์ดที่แถมมานี้ จึงคาดว่าสินค้าชิ้นนี้บรรจุด้วยมือ) ด้านหลังการ์ดจะเป็นสีทองแบบกล่องน่ะแหล่ะ และมีชื่อตัวละครด้านหน้าเขียนเอาไว้

นี่คือทั้งหมดจากราคาประมาณ 400 กว่า ๆ (สำหรับร้านทั่วไปที่ไม่ใช่ร้านขายถูกในตำนาน) จัดว่า "พอเรียกว่าคุ้มได้ระดับหนึ่ง"

มาดูที่ตัว DVD กันบ้าง (แต่ไม่มีภาพนะ) แผ่นแรกจะเป็นตัวหนังล้วน ๆ เนื้อเรื่องเจาะไปช่วงหลังบุกโซลโซไซตี้ ที่จู่ ๆ อิจิโกะก็ไปเจอปรากฏการณ์ประหลาด พร้อม ๆ กับการปรากฏตัวของยมทูตสาวปริศนา ...ที่เหลือไปหาดูเอาเอง

แผ่นที่สอง... เป็น Special Feature ล้วน ๆ ประกอบด้วย..

  • Talk Session - เป็นบทสัมภาษณ์ทั่ว ๆ ไป (ผมยังดูไม่จบ)
  • Movie Premiere - เป็นภาพจากงานเปิดฉายรอบพิเศษไรนี่ล่ะ เชิญนักพากย์และ อ.Tite Kubo มาด้วย
  • Exclusive Trailers - เป็นตัวอย่างหนังแบบยาว ที่มีย้อนไปสรุปเรื่องราวของ Bleach ตั้งแต่ต้นให้ดูด้วย (ชอบอันนี้มาก ๆ)
  • Non-Credit - จริง ๆ มันน่าจะรวมกับอันล่างเป็น Non-Credit TV OP-ED ใช่มั้ย? แต่ Rose ทำได้ครับ ทำอะไร? อ่านอันล่างต่อไป...
  • TV OP-ED Theme - เป็นการเอาเพลง OP-ED จากภาค TV ที่ออกอากาศขณะหนังฉายมาประกอบกับภาพจาก Movie ครับ โดยเมนู Non-Credit จะเป็น OP (เพลง Rolling star) และเมนู TV OP-Ed จะเป็น ED (เพลง Baby It's You) ใช่แล้วครับ Rose ทำไปแล้ว!! โอ้วพระเจ้าจอด!
  • Trailers - เป็นตัวอย่างหนังแบบสั้น ๆ ที่ออกมาทางโฆษณาทีวี ไม่ค่อยน่าสนใจ

จริง ๆ ตอนแรกผมจะซื้อเวอร์ชั่นธรรมดาที่มีแค่แผ่นเดียว แต่ดันไปสะดุดตรง Non-Credit TV OP-ED นี่แหล่ะ ตอนนั้นผมคิดว่าเขาคงเอา OP-ED ทุกเวอร์ชั่นในภาค TV มารวมให้ดูหมดแน่ ๆ แต่ออกมาแบบนี้... แถมยังแยกเมนูได้...สิ้นดี โดยรวมผมคิดว่า... ไปซื้อแบบแผ่นเดี่ยว ๆ ก็ได้มั้งครับ (ส่วนการ์ด...มันก็แค่กระดาษน่ะ จะเอาอะไรหนักหนากับกระดาษ)

 

เรียกเธอว่าพระเจ้า...สึซึมิยะ ฮารุฮิ Boxset

จริง ๆ มีคนรีวิวไปเยอะแยะตาแป๊ะไก่แล้ว แต่กรณีของผมค่อนข้างพิเศษกว่าคนอื่นตรงที่...ซื้อมาด้วยราคา 690 !!! (ใช่ครับ... ไม่ต้องคอมเม้นท์หรอกว่าคุณหาซื้อได้ถูกกว่านี้ตั้งเกือบ 200 บาท) จริง ๆ แปลกใจอยู่เหมือนกันเพราะร้านที่ผมไปซื้อนี้ VCD ขายถูกมาก (ที่อื่น 89 แต่ที่นี่ 70) แต่ทำไม DVD ราคาถึงแพงเยี่ยงนี้ แล้วไม่ได้ตัดสินใจซื้อเพราะราคานี้นะ แต่เพิ่งมารู้หลังกลับมาดูใบเสร็จที่บ้าน อ้อ! ผมซื้อคนละร้านกับ Bleach ข้างบนนะครับ

รูปร่างหน้าตาคงไม่ต้องพูดถึงแล้ว คนอื่นรีวิวไปจนพรุน แต่ติหน่อยเถอะเรื่องเวลาบรรจุแผ่นน่ะ น่าจะจัดให้มันตรง ๆ รูปด้านหลังหน่อยนะ นี่หมุนตีลังกาไม่เป็นท่าเลย (ไปดูที่บล็อกนี้) ส่วนของแถมก็เป็น..สมุดฉีก ที่มีภาพสีแถมให้จำนวนหนึ่ง (โพยก่อนออกดันบอกว่าเป็น "สมุดภาพ" หนอย...) โดยส่วนใหญ่ภาพในเล่มก็เป็นภาพที่จะไปเป็นปก VCD น่ะแหล่ะ กับภาพแถม 2 - 3 ภาพที่เคยเห็นกันหมดแล้ว

ผมคงจะจบเรื่องแค่นี้ถ้ามันมีอยู่แค่นี้ แต่มันยังไม่จบ... ย้อนกลับไปหลังจากเดินออกจากร้านได้ไม่ถึงนาที ผมดึงกล่อง DVD เรื่องนี้ออกมาจากถุง หวังจะยัดลงในกระเป๋า (กระเป๋าขนาดใส่โน้ตบุ๊คนั่นล่ะ ยัดได้พอดีเลย) แต่แล้วก็พบว่า มุมขวาบนของกล่องมันย่น ๆ ... แต่ด้วยความที่เป็นคนใจไม่ด้านพอก็เลยไม่ได้กลับไปเปลี่ยนครับ (นี่แหล่ะ ด้าน-ได้ อาย-อด) แล้วก็ไม่กล้าเปิดจนวันนี้ตอนเช้า... ถึงได้เปิดดูและพบว่า..

ความเสียหายมันลามไปถึงถาดใส่แผ่น!! มุมถาดบิ่นไปอย่างในภาพ มีรอยร้าวต่อเนื่องลงมา และสมุดฉีกก็โดนลูกหลงทำให้มุมสมุดงอไปนิด แต่ผมไม่ติดใจอะไร ถือซะว่า เพราะคนที่เรียกยูกิว่าลูกสาว ดันไปเจอ DVD Boxset นี้ตั้งแต่วันแรกแต่ไม่ยอมซื้อ ถาดใส่แผ่นตรงที่เป็นรูปยูกิเลยน้อยใจบิ่นไปซะงั้น (เออเนอะคนเรา ผูกเรื่องไปซะได้) เอาจริง ๆ ก็เพราะมันไม่ได้เป็นจุดที่น่าสนใจนักของแพ็คเกจ ถ้าขาดกลางหรือแผ่นแตกนี่สิถึงจะน่าโวยวาย (มองโลกในแง่ดีซะจริง)

ตอนนี้เอาปืนกาวมาซ่อมแล้ว (เพราะชิ้นส่วนที่แตกไปยังอยู่ครบ) แต่..ไม่ซ่อมยังสวยซะกว่า เวลานี้ตรงมุมเป็นรอยเลอะไม่สวยเลย แต่ถ้าปล่อยไว้รอยร้าวมันจะลามไปมากกว่านี้ได้ เอาเป็นว่า...แค่ี้หาซื้อได้ก็พอใจแล้ว

 

ป.ล. หลายคนบ่นว่า "Rose ทำ DVD ได้แย่มาก" แต่ผมว่าไม่มีอะไรเลวร้ายกว่า "VCD ที่เอาภาพสัดส่วน 16:9 มายืดให้เป็น 4:3 ของ Rose" แล้วครับ ลองไปหา VCD ยมทูตสีขาว มาดูสักแผ่นสิ

จริง ๆ คันไม้คันมืออยากจะเขียนนานแล้ว แต่เน็ทไม่อำนวย บวกกับคนอื่นเขียนไปเยอะแล้ว ผนวกกับกลัวเกรียนจะมา Search เจอแล้วทิ้งร่องรอยเกรียน ๆ ไว้ แต่ช่างเหอะ เอาไว้ลบทีหลังก็ได้ (ถ้าใครไม่เกรียน อย่าร้อนตัวนะ)

เรื่องมันก็มีอยู่ว่า Capcom ดันอุตริทำภาคต่อของ Rockman (Original) ในนาม Rockman 9 แล้วดันใช้ภาพแบบย้อนยุคเหลือทน ซึ่งแฟนพันธุ์แท้ตัวจริง (แบบทันเล่นภาคแรก ๆ) รับได้อยู่แล้ว แต่แฟนพันธุ์แท้ยุคหลังก่นด่า ประชดประชัน ต่าง ๆ นา แบบไม่ไว้หน้ากันเลย
 

หากดูไม่ได้ลองที่ IGN หรือ DailyMotion และดูภาพเพิ่มเติมที่ ผู้จัดการเกม

 

ถ้าถามผมว่า ผมรับได้มั้ย ก็ต้องบอกเลยว่าจะแบบไหนมาขอให้เป็น Rockman ผมรับได้หมด ภาคแรก ๆ ก็ชอบ หลัง ๆ ก็สนุก จะไปกลายเป็น RPG ยังไง จะต้องวิ่งไปรับมิชชั่นเองแบบไหน ยังไงก็คือ Rockman ในขณะที่บางคนยังรับได้แค่ Original กับ X ภาคแรก ๆ เท่านั้น

ทำไม Capcom ต้องทำแบบนั้น? คำตอบนั้นผมว่าอยู่ที่ภาคหลัง ๆ น่ะแหล่ะ

  • ยุคก่อนไม่ว่าเกมอะไร ถ้าสิ้นคิดก็มักจะทำเป็น Action มุมมองด้านข้างหมด ไม่ว่าจะเป็นเกมจากหนังหรือการ์ตูน เพราะยุคนั้นเกมแนวนี้ยังขายได้
  • พอยุค 3D มา แนวเกมเริ่มหลากหลายขึ้น และผู้เล่นเริ่มแสวงหาความคุ้มค่า
  • หากทำ Rockman มาเป็นแบบเดิม เกมจะสั้นไป (เพราะ Rockman มีด่านได้ไม่เกิน 18 ด่าน..สังเกตกันมั้ย)
  • แต่ถ้าหากทำให้ Rockman ซับซ้อนเกินไป ก็จะสูญเสียความเป็น Rockman Original ไป เรื่องระบบที่ซับซ้อนจึงยกไปใส่ให้ Rockman X ที่เจาะกลุ่มผู้เล่นที่อายุมากกว่า (จริง ๆ Rockman เจาะกลุ่มเด็กประถม ลองดูสีสันในเกม เนื้อเรื่อง รวมถึงการ์ตูนที่ตามออกมาสิ ยิ่งถ้าเล่น Rockman 8 จะเข้าใจสภาพเลย)
  • Rockman X4 ยังไม่วายโดนบ่นว่าเกมสั้นไป
  • Rockman X5 ที่ทำระบบให้ซับซ้อนโคตร ๆ (บอส Level เพิ่มได้) ก็มีคนบ่นเยอะอีก
  • Rockman X6 นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย (แถมเป็นภาคที่ Keiji Inafune ไม่มีส่วนร่วมในการพัฒนา)
  • Rockman X7 กลายเป็น 3D คนด่ากันใหญ่
  • Rockman Dash ขายไม่ดี เบื้องบนเลยไม่ให้ทำต่อ ทั้ง ๆ ที่คนทำอยากทำภาค 3 ต่อใจจะขาด
  • ส่วนซีรี่ย์หลัง ๆ ไม่ถูกบางคนนับรวมว่าเป็น Rockman ด้วยซ้ำ (นักเขียนท่านหนึ่งในนิตยสาร Mega เคยทำเป็นลืมภาค EXE ไปดื้อ ๆ ซะงั้น ขณะกำลังนับวงศาคณาญาติ Rockman)

จากข้อมูลพวกนี้ ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำ Rockman แบบไหนออกมาขาย โลกยุคก่อนหน้านี้นิดนึง (ไม่กี่เดือน) ไม่มีช่องทางให้เกมแนวที่เล่นแป๊ปเดียวจบอยู่อีกแล้ว  ใครจะกล้าให้ทุนพัฒนา บริษัทบ้าที่ไหนจะไฟเขียวให้ทำ ถ้าเกมที่จะทำท่าทางขายไม่ออกขายไม่ดี..... ยกเว้นมันจะมีตลาดที่ขายเกมพวกนี้ได้

และบริการขายเกมผ่านการดาวน์โหลด ที่มา (เกือบ) พร้อม ๆ เครื่องยุคใหม่ 3 เครื่อง (Wii , Xbox360, PS3) ก็เป็นตลาดดังกล่าวครับ ถ้าใครตามข่าวมา จะเห็นว่าในบริการนี้จะมีเกมแนว แคชชวล (ใช้เวลาเล่นแป๊ปเดียว ทำให้เล่นได้บ่อยเท่าที่ต้องการ เผลอ ๆ อาจกินเวลาเล่นนานกว่าเกมยาว ๆ อีก) ออกมาเพียบ รวมถึงเกมจากผู้พัฒนาอิสระ ที่ถ้าลงแผ่นขายมักจะถูกเอาไปถมที่มากกว่า หรือแม้แต่เกมเก่าที่เอามาทำใหม่ (หรือเกมใหม่แต่ทำเป็นเก่า) ที่ปกติได้แต่แถมไปกับเกมใหญ่ ๆ เกมอื่นเท่านั้น และนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ Rockman 9 มีช่องทางกลับมาอีกครั้ง

แล้วทำไมกลับมาทั้งทีไม่ทำให้ภาพเหมือนภาค 8 หรือดีกว่า? ถ้ามองในแง่ดี ก็คงเพราะว่า Sprite แบบ 8 Bit ดั้งเดิมของ Rockman นี่แหล่ะ คือเอกลักษณ์ สังเกตว่ามีไม่กี่เกมหรอกครับที่ใช้กราฟิกตัวละครเหมือนเดิมได้อย่างน้อย ๆ ตั้ง 6 ภาค (ยังมี World อีกนะ) แถมยังใช้เวลาและทุนสร้างน้อยกว่ากันเยอะด้วย (อันนี้มองในแง่ธุรกิจ) จริง ๆ กราฟิกแบบใหม่ Capcom ก็เคยทำแล้วครับ (Rockman Megaworld ของ Mega Drive ไง) แต่ผลตอบรับเป็นยังไงนั้น... ดูจาก Rockman 1 - 6 ที่เอามาทำใหม่ลงเครื่อง PlayStation ก็ได้ครับ ว่าทำไมเกมที่ออกมาทีหลังถึงยังใช้ภาพแบบเก่าเกือบทั้งหมด (Rockman Rockman ที่ทำลง PSP ก็ขายไม่ดีนะ... บางทีอาจเป็นเพราะเครื่องก็ได้ )

 


Rockman เคยทำกราฟิกใหม่ในเครื่อง MegaDrive
 

ภาพแบบ 8 Bit สไตล์ Rockman เพลงประกอบแบบ 8 Bit รวมถึงความเป็น Rockman Original ยังคงถูกเอาไปใช้ทำคลิปและภาพล้อมากมาย ผมว่าเพราะสิ่งเหล่านี้ทางอินเตอร์เน็ทนี่ล่ะ ทำให้ Capcom กล้าบ้าที่จะทำภาค 9 ออกมาในรูปแบบนี้

 

แต่... ไม่มีเครื่องจะเล่นง่ะ

 

ป.ล. ถ้าเอา Rockman 1 - 8 มากองเรียงกันให้ผมเลือกเล่นภาคเดียว ผมจะหยิบ Rockman 4 โดยไม่ลังเล ถ้าถามว่าชอบตรงไหน ผมไม่รู้ครับ คิดว่าคงเพราะเป็นภาคแรกที่ได้เล่นมั้ง แล้วภาคนี้ผมชอบเปิด Opening ทิ้งไว้ให้วนไปวนมา มันเท่ห์สุด ๆ แล้ว

 

เคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมเกม RPG มักจะใช้โลกที่ต่างจากโลกที่เราอยู่ บ้างโบราณไปนู่น มีเวทย์มนตร์ใช้กัน (แต่ไม่มีไฟฟ้าใช้) ไม่ก็ยุคอวกาศเดินทางข้ามดาวกันไปเลย

คำตอบก็คงเป็นเพราะ เกมแนวนี้มันไม่ต่างจากการสร้างโลกใบเล็ก ๆ ขึ้นมาใบนึง จะให้มีเมืองขึ้นหนาแน่นแบบที่เป็นอยู่คงต้องนั่งสร้างโลกกันอีกนาน แล้วถ้าเอากฎเกณฑ์ของโลกเรามาใช้นี่ คงลำบากพิลึก ตัวอย่างเช่น

ศัตรู
  • โลกแฟนตาซี : มอนสเตอร์ - ไม่ใช่สิ่งดีอยู่แล้ว ฆ่าได้ไม่ผิด / จอมมาร - ถึงจะเป็นคนก็ฆ่าได้ เพราะเราต้องทำเพื่อกู้ชาติ!! เอ้ย กู้โลก เราไม่ผิด!
  • โลกจริง : จะเอาตัวอะไรมาล่ะ? คน? ฆ่าคนต้องโดนประหารนะ สัตว์? ไอ้คนใจบาป!!!

เงิน
  • โลกแฟนตาซี : ฆ่าศัตรูก็มีเงินตกมาให้เก็บไปใช้สบายแฮ ไม่มีใครว่า (ว่าแต่มอนสเตอร์มันพกเงินด้วยรึ?)
  • โลกจริง : ได้ไง ทุบหัวแล้วเอาเงินไป โจรชัด ๆ !! ไม่ได้ ๆ ต้องเอาไปส่งตำรวจ

เมือง
  • โลกแฟนตาซี : บ้านเรือนไม่แออัด เมืองตั้งอยู่แบบกระจาย ๆ ในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ป่าเขา ทะเล สายลม...
  • โลกจริง : ตึกรามบ้านช่องติดกันเป็นพรืด เมืองอยู่ติด ๆ กัน เชื่อมต่อกันด้วยถนน ไกลกันหน่อยก็พึ่งยานพาหนะพาไป (ระหว่างทางเป็นไงไม่ต้องรู้ไม่ต้องสน) ถ้าชนบทหน่อยอาจมีเดินผ่านป่าผ่านถ้ำเล็ก ๆ น้อย ๆ


เอา 3 ข้อพอ ดูมันติดขัดไปหมดใช่มั้ย? สมัยก่อนผมก็คิดแบบนั้นแหล่ะ แต่เกมที่ใช้โลกเรื่องมากแบบโลกเรานี้ก็ดันมีออกมาจริง ๆ ซะด้วยสิ แถมน่าสนใจไม่เบาตรงที่วิธีการนำสิ่งที่เราพบเห็นในชีวิตประจำวันมาใช้กับเกมนี่ล่ะ ตัวอย่างเกม RPG แบบนี้ที่ผมเคยเล่นและติดใจก็เช่น...



Mother (ชื่อญี่ปุ่น) / EarthBound (ชื่อฝรั่ง)

 


-

เกม RPG บรรยากาศออกไปทางตะวันตก แต่ดันไม่ค่อยถูกแปลงเป็นภาษาอังกฤษ (จาก 3 ภาคมีภาค 2 ภาคเดียวที่แปลง) เกมนี้เป็นตัวอย่างชั้นดีเลยล่ะครับ เอาสิ่งต่าง ๆ ที่พบเห็นในปัจจุบันมาใช้ได้สนุกมาก เอาเป็นว่า...เริ่มตั้งแต่อุปสรรค 3 ข้อนั่นก่อน
  • ศัตรู : ในเมืองก็เอาง่าย ๆ แหล่ะ หมาจรจัด งู สัตว์ร้ายทั้งนั้น แต่ไม่ได้ฆ่านะ แค่ตี ๆ ไล่ ๆ มันไป (ในเกมใช้คำว่า tame - ทำให้เชื่อง, สิ้นฤทธิ์) อะไรนะ จืดชืด? เอามนุษย์ต่างดาวมาแจมหน่อยเป็นไร (จริง ๆ ในเกมมีสู้กับตำรวจด้วย)
  • เงิน : เกมนี้แยบยลมาก เราจะไม่ได้เงินจากศัตรูโดยตรง แต่พ่อตัวเอกจะโอนเงินเข้าบัญชีให้เราเรื่อย ๆ (จริง ๆ จำนวนเงินมันก็ขึ้นอยู่กับศัตรูที่ปราบไปนั่นแหล่ะ) เราต้องไปกด ATM เอามาใช้อีกที
  • เมือง : ก็มีตึกรามบ้านช่องบ้างแหล่ะ แต่ไม่จำเป็นต้องมีทางเข้าให้เห็นทุกหลังนี่นา เมืองอื่นก็อยู่ติด ๆ กันนั่นแหล่ะ


นอกจากนี้เกมนี้ยังมีอะไรหลาย ๆ อย่าง เช่นอาการผิดปกติ ก็กลายเป็น เป็นหวัด โรคคิดถึงบ้าน (Homesick - แก้ได้โดย...โทรคุยกับแม่
) ของเต็ม? มีบริการรับฝากของถึงที่ โทรเรียกได้เลย (อยากใช้เมื่อไหร่ก็โทรสั่งอีกที) ยานพาหนะ ก็มีจักรยาน รถเมล์ แล้ว...อะไรอีกไม่รู้ (ยังเล่นไม่จบ)

จุดเด่นอีกอย่างของเกมนี้คือมุขมันฮากระจายมาก ๆ มันเล่นมุขไม่เว้นแม้แต่ในฉากต่อสู้ ใครเล่นโดยไม่ตั้งใจอ่านให้ดี จะน่าเสียดายมาก



Pokemon


-


แม้โลกของเกมนี้จะเป็นโลกที่เฉพาะตัวมาก ๆ (โลกที่มีข้าวของเครื่องใช้ของโปเกม่อนมากกว่าของคน
) แต่ดูดี ๆ มันเป็นโลกแบบยุคปัจจุบันนี่หว่า มีทีวี มีจักรยาน มีตู้ขายน้ำ (มักอยู่ที่ดาดฟ้าของห้างใหญ่ในทุกภาค) ส่วนอุปสรรค 3 ข้อก็...
  • ศัตรู : โปเกม่อนป่า คนฝึกโปเกม่อน คนใช้โปเกม่อนทำชั่ว แต่ทั้งหมดโปเกม่อนสู้กับโปเกม่อนกันเอง (คนมันจะไม่ทำอะไรเลยรึ)
  • เงิน : โปเกม่อนไม่มีเงินหรอกครับ แต่คนที่พามันมาน่ะมี เหมือนเป็นกฎบ้า ๆ ที่คนแพ้ต้องควักเงินครึ่งนึงจากที่มีอยู่ให้คนชนะไป (แม้แต่ตัวร้ายก็ต้องควัก)
  • เมือง : เพราะต้องอยู่ในที่ ๆ มีโปเกม่อนป่าเยอะ เมืองก็เลยอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าป่าเขา (บ้านนอกว่างั้นแหล่ะ) ก็เลยไม่ต้องแออัดเท่าไหร่ มีเมืองใหญ่อยู่บ้าง


เกมนี้ดูดี ๆ มันคล้าย ๆ Mother ในหลาย ๆ ด้านครับ แต่มันแย่ตรง เอ่อ... โปเกม่อนจ๋า ไปหน่อย ทำอะไรก็ใช้แต่โปเกม่อน ตัดไม้ ระเบิดหิน หรือแม้แต่ไฟฉาย โปเกม่อนทั้งนั้น!!

update แต่จริง ๆ ภาคหลัง ๆ ก็มีอุปกรณ์สำหรับมนุษย์เพิ่มมาเหมือนกัน เช่น ใน Gold and Silver ก็มี PokeGear เป็นโทรศัพท์มือถือ ไว้โทรคุยกับแม่... (เอ๊ะ เหมือนเกมอะไรสักเกมเลย) บางทีก็มีเทรนเนอร์โทรมาหาเราเหมือนกัน สามารถฟังวิทยุได้ด้วย (ในเกมนะ ) หรือในภาค Diamond and Pearl ก็มี Poketch (มาจาก Pokemon + Watch) นาฬิกาเอนกประสงค์ มีระบบ touch screen (แหงล่ะมันใช้จอล่าง) สามารถใช้ดูเวลาได้จริง ๆ แล้วยังลงโปรแกรมเพิ่มได้ด้วย



Medarots (ญี่ปุ่น) / Medabots (อเมริกา)

 

 


เกมนี้เป็นเกม RPG ที่ผมเล่นจบ (ด้วยตัวเอง) เป็นเกมแรก ก็เลยขอใช้เส้นพูดถึงนิดหน่อย จริง ๆ มันก็คล้าย ๆ โปเกม่อนแหล่ะ แค่เปลี่ยนเป็นหุ่นยนต์แค่นั้น แต่ก็สมเหตุสมผลกว่าตรงที่มันเป็นสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์นี่แหล่ะ

ความสนุกของเกมก็คือการที่เราสามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนของหุ่น (หัว ตัว แขน ขา) ได้อย่างอิสระ (จะมีชิ้นส่วนที่ประกอบครบชุดแล้ว หุ่นจะเป็นยานพาหนะได้ด้วย) และอีกอย่างก็คือเนื้อเรื่องที่สนุกเหมือนดูการ์ตูนช่อง 9 (แนวประมาณองค์กรชั่วร้ายหวังจะใช้ของเล่นครองโลก แต่สุดท้ายโดนเด็กใช้ของเล่นล้มล้างองค์กร) ฮาพอประมาณ... อ้อ.. เกมนี้เราไม่สามารถค้นของในบ้านคนอื่นตามใจชอบได้นะ (ตัวเอกจะหันมาเตือนเองเลย)



Rockman EXE / Ryusei no Rockman


2 เกมนี้เป็นซีรี่ย์ต่อกัน แต่คนละยุคสมัยเท่านั้นเอง แม้เกมจะมักง่ายเล่นให้มีโลกอีกโลกนึงให้เราเจอศัตรูและเก็บเงินเหมือนเกม RPG ทั่ว ๆ ไป แทนโลกจริง (EXE - อินเตอร์เน็ท / Ryusei - โลกคลื่นวิทยุ) แต่เกมนี้ก็แสดงให้การก่อการร้ายด้วยเทคโนโลยีได้ดีทีเดียว (อาจจะมีโม้เกินเหตุไปบ้าง) และ... ความพยายามอ้างอิงประเทศที่มีอยู่จริงในโลกแบบอ้อม ๆ นี่... น่าสนใจทีเดียว (อย่างในภาพข้างบน)



Final Fantasy VIII (ภาค 8)


เฮ้ย! เอามาทำไม ชื่อมันก็บอกว่าแฟนตาซีชัด ๆ !! เอ่อ.. ผมเห็นว่ามันมีส่วนที่เหมือนโลกเราอยู่ด้วยน่ะครับ คงเพราะนี่เป็นภาคแรกที่พยายามสมจริงก็ได้มั้ง เราไม่ได้เงินจากมอนสเตอร์ แต่จะได้เงินเดือนแทน (เมื่อเดินครบก้าวที่กำหนด) มีถนนเชื่อมระหว่างเมือง มีรถยนต์ให้เช่า มีนิตยสาร มีโรงเรียน ฯลฯ เรื่องศัตรูก็สมเหตุสมผล "สู้ตามภารกิจที่ได้รับ" อืมม์ มันเป็นภาคที่ผมรู้สึกว่ามีแฟนตาซีแทรกอยู่ มากกว่าจะเป็นโลกแฟนตาซีน่ะครับ (แถไป ๆ)



It's a Wonderful World (ยุ่น) / The World Ends with You (หรั่ง)

 


ภาพจาก : Wikipedia

เกมใหม่แกะ Zip (โหลดรอมมา...กันสินะ) ใช้ฉากที่จำลองมาจากย่านชิบูย่าในญี่ปุ่นจริง ๆ ดำเนินเรื่องในยุคปัจจุบันโคตร ๆ (ในเกมมีคนดังเขียน Blog แนะนำร้านอาหารด้วย ใช่ครับ...เขียน Blog) ศัตรูสามารถโผล่มาได้เพราะตัวเอกอยู่ในชิบูย่าในอีกโลกหนึ่ง (ไม่ขอสปอยล์ แต่ถ้าอยากรู้ ไปอ่านที่ FFPlanet ใน Exteen เรานี่เอง) และเพราะอยู่ในอีกโลกนี่แหล่ะ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในเกมก็เลยดูมีเหตุผลขึ้นมาซะงั้น (รู้สึกว่าทุกเรื่อง ในเกมจะให้เหตุผลไว้หมดจด) เงินทองก็ได้มาจากการขายเข็มกลัดที่หล่นมาจากศัตรู

แม้เกมนี้จะไม่ได้นำสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบันมาใช้เป็นระบบเท่าไหร่นัก (ยานพาหนะก็ไม่มีมั้ง วิ่ง ๆ เอาอย่างเดียว) แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เราพบเจอทุกวันแต่เกม RPG ส่วนใหญ่ไม่ค่อยคิดถึงก็คือ... การกิน!! ในเกมอาหารจะเป็นไอเท็มเพิ่มค่า Status ให้เรา แต่กินแล้วยังไม่เห็นผล ต้องไป "ย่อย" ด้วยการสู้กับศัตรูก่อน โห คิดได้ไงเนี่ย นอกนั้นเกมนี้ก็ยังมีระบบแปลก ๆ อย่างลด Level เพื่อเพิ่มโอกาส Drop item หรือที่สุดยอดก็ต้องฉากต่อสู้ที่ต้องสู้ด้วยสองมือและสองจอ!!



ส่งท้าย

วันนี้ผมมาแปลกมั้ย? จริง ๆ ที่เขียนมาทั้งหมดเพราะกำลังติดเกมสุดท้ายงอมแงมนี่ล่ะ พอเล่นแล้วทำให้นึกได้ว่า ผมชอบเกม RPG ที่ไม่ค่อยแฟนตาซีพวกนี้นี่แหล่ะ ดูได้จากเกม RPG ที่ผมเล่นจบนี่ มันเป็น RPG แนวนี้ทั้งนั้นเลย อาจเป็นเพราะผมไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนด้วยมั้ง เลยรู้สึกว่า RPG พวกนี้มันให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังออกเดินทางไปตามที่ต่าง ๆ ในโลกใบนี้ กลับกันพอผมได้ไปที่ไหนที่ไม่เคยไปมาก่อนในโลกจริง มันก็รู้สึกเหมือนกำลังได้ออกไปผจญภัยนั่นแหล่้ะ

 

ป.ล. ผมเคยพยายามทำเกม RPG แนวนี้ด้วยนะ (แต่ไม่รอด )

NinkungZ View my profile


Favourites


View My Stats