Life
ภาพวาดเมื่อวันวาน
posted on 13 Nov 2009 09:41 by ninkungz in Life
เรื่องมันมีอยู่ว่า จู่ ๆ ก็มีขาจรมาคอมเม้นท์เอ็นทรี่เก่าเก็บสมัยปี 2549 ว่า...
เอ็นทรี่ดังกล่าวถ้าไม่ได้อ่าน มันก็มีภาพวาดของผมอยู่ภาพนึงล่ะ ซึ่งผู้เม้นได้ทิ้งเบาะแสไว้ที่ช่องเว็บไซต์ว่า "ปก" นั่นหมายความว่าอย่างไร? ก็คงหมายความว่ารูปวาดของผมคงถูกเอาไปทำปกอะไรสักอย่างส่งครู (หรืออย่างเลวร้ายก็ทำขาย) ล่ะมั้ง
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2005 (พ.ศ. 2548) มีชายผอมสูงหัวเกรียนมาเยี่ยมที่บ้าน แล้วเชิญชวนให้ผมวาดภาพแข่งกับเขาในการประกวดวาดภาพภายในของคลับกระดานศิลป์ ซึ่งไอ้การประกวดที่ว่าเป็นการให้ผู้สนใจวาดรูปตามหัวข้อ แล้วอัพให้ชาวคลับดู จากนั้นจะให้สมาชิกโหวตหาผู้ชนะ คนที่ชนะจะได้รางวัลเป็นสิทธิในการกำหนดหัวข้อในรอบต่อไป ชายผอมสูงหัวเกรียนนั้นเคยชนะมาหลายแล้ว นี่จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก
ในที่สุดก็หลวมตัวส่งภาพไปแข่งกับเขา 8 - 9 ครั้ง
...
ภาพที่ 1 "โตขึ้นหนูอยากเป็น"

ใช่แล้วครับ "โตขึ้นหนูอยากเป็นผู้ชนะ"
ภาพนี้มีเวอร์ชั่น Vector อยู่อีกอัน แต่ทำหายไปแล้ว
ภาพที่ 4 "ในวันที่ฝนตก"

ภาพนี้ตอนประกวดได้ถึงอันดับ 3 เชียวล่ะ จัดว่าเป็นอันดับสูงสุดที่เคยทำได้เลย เป็นการเล่นคำ "ในวันที่ฝนตก...ลงมาเป็นแมว" (อย่าเพิ่งงงว่าทำไมข้ามมาภาพที่ 4 ก็เพราะภาพที่ 2 หาย และภาพที่ 3 มันเผาไปหน่อย
)
ภาพที่ 5 "ความทรงจำวัยเด็ก"

อันนี้ไม่เล่นคำ แต่เป็นความทรงจำตอนที่กระปุกออมสินที่ชอบมากโดนผ่า...
ภาพที่ 6 "คุณค่าของเวลา"

ภาพนี้ได้คำชมว่า "เหมือนจริงโคตร" เป็นการสื่อว่า ให้เวลากับครอบครัวบ้างนะ
ภาพที่ 7 " -_-' "

อันนี้หลายคนคงจะงง คือ... หัวข้อมันคือ -> -_-' นี่แหล่ะ สิ่งที่ภาพจะสื่อก็ชัดเจนอยู่แล้ว
ภาพที่ 8 "วิธีคลายร้อน"

ภาพนี้แหล่ะที่เกรงว่ามันจะไปเป็นปกอะไรสักอย่าง
รู้สึกสมัยนั้นยังไม่ตื่นคำว่าโลกร้อนกันเลยมั้ง
หลังจากนั้นก็มีหัวข้อ "แผลเป็น" ที่ผมส่งเป็นภาพสุดท้าย (ซึ่งมัน...เผา เลยไม่เอามาลง
) เพราะคนชวนเองก็ดันหายตัวไปจากกระดานศิลป์ เมื่อไร้คู่แข่งก็ชักกร่อย เลยเลิกวาดไปในที่สุด
แต่ตอนนี้มีคนบอกให้ "วาดภาพแบบนี้อีกเถอะ" อืมม์ เอาจริงเรอะ? จะให้วาดอีกจริงเรอะ!!
คดีจอมอนิเตอร์ในห้องปิดตาย...
posted on 27 Oct 2009 13:28 by ninkungz in Life
หลังจากคราวก่อนพูดถึงจอที่ส่งซ่อมไป เมื่อวันเสาร์ก็ไปรับจอคืนมาแล้วครับ หลังจากยื่นเอกสารเรียบร้อย ไม่นานนัก พนักงานก็ยกกล่องใส่จอออกมาให้ แต่ไร้วี่แววถุงยักษ์ที่ใส่จอมา ไอ้เราก็คิดว่า "ตูว่าแล้วถุงต้องหาย" ที่ไหนได้ เขาพับถุงเรียบร้อยใส่ไว้ในกล่อง แถมตอนจะกลับยังช่วยยัดกล่องจอใส่ถุงนั่นให้ด้วย ไอ้ที่ผิดหวังก็มีตรงที่เขาเล่นถอดขาตั้งจอที่ใส่โคตรยากนั่นออกให้ด้วย (มันยากจนจอรุ่นหลัง ๆ ใส่ไอ้ขานี่มาให้จากโรงงานเลย) ต้องเอาไปใส่ใหม่อีก เฮ้อ
ตอนแรกว่าจะกลับมาติดตั้งจอกลับเข้าที่เลย แต่เพราะดันต้องไปงานอื่นต่อตอนค่ำ ก็เลยเกิดกังวลขึ้นมา (ช่วงนี้รู้สึกดวงตกด้วย) จึงเอาจอขังไว้ในห้องที่ไม่เคยล็อคมาก่อน และเพราะไม่เคยล็อค ที่ลูกบิดจึงมีกุญแจของมันเสียบคาไว้ตลอด ทำให้วางใจว่ามันต้องเป็นของประตูนี้แน่ ๆ แต่ที่ไหนได้ พอจะเปิดประตูเข้าไปเอาของเท่านั้นแหล่ะ....ไม่ใช่นี่หว่า!!!
ใครวางยาไว้ฟระ!! (ก็ตูนี่แหล่ะ
) แล้วกุญแจตัวจริงมันอยู่ไหน? เอาไว้ในจานเคลือบครับ แล้วจานเคลือบนั่นอยู่ไหน? อยู่ในห้องนั่นแหล่ะ..............................
และในที่สุดเรื่องก็จบลงในสภาพนี้...
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า.. ดวงมันจะเสีย(ตังค์) มันก็ต้องเสีย(ตังค์ซื้อลูกบิดใหม่)
ป.ล. ขาตั้งจอพอใส่ครั้งที่สองมันใส่ง่ายกว่าเดิมเยอะเลย
