ย้อนไปเมื่อคืนรอยต่อระหว่างวันที่ 13 และ 14 กันยายน ผมเกิดตัดสินใจจะกลับไปใช้การ์ด SB Live! อีกครั้ง หลังจากเปลี่ยนมาใช้ Sound on Board มาระยะหนึ่ง (กลับไปอ่านได้ที่ เปลี่ยนมาใช้ Sound on Board ) แต่พอดึงสายจาก sound on board มาเสียบที่ SB Live! ก็พบว่าเสียงไม่มี แถมเน็ทเข้าไม่ได้ด้วย สุดท้ายก็เลยรีสตาร์ทเครื่องอีกที แล้วทุกอย่างก็เริ่มขึ้น...
**คำเตือน**
เอ็นทรี่นี้ถือเป็นจำพวก "ไดอารี่" หรืออยากเขียนสบาย ๆ จึงไม่ได้ออกแบบเพื่ออธิบายให้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกอ่านเข้าใจได้ ดังนั้นเราให้สิทธิ์คุณ "มึน" ได้ตามใจฉัน แต่โปรดอย่าคอมเม้นท์ทำนองว่า "เขียนรัยอ่ะ อ่านไม่รู้เรื่องเรยย~" หากไม่พอใจเรายินดีให้คุณออกไปอ่านเรื่องของคนอื่นตามใจชอบ
กลับเข้าเรื่องเหอะ..
พอรีสตาร์ทกลับมาผมก็พบว่ายังไม่มีเสียงจาก SB Live! อยู่ดี พอไปดูที่ Device Manager ก็พบว่า SB Live! หายไปแล้ว ยังไม่พอครับ... ชิป Network (หรือ Lan น่ะแหล่ะ) ยังหายไปด้วย!! ทำให้มองไม่เห็นเร้าเตอร์ต่อเน็ทไม่ได้ ผมก็เลยรีสตาร์ทอีกครั้ง.... คราวนี้มืดสนิท จอดับไปเลย...
ตัวการก็คือ SB Live! นี่ล่ะครับ มันชอบเคลื่อนเวลาไปขยับสายอะไรข้างหลังเคส พอมันเคลื่อนที บางครั้งก็ทำให้ขึ้นจอฟ้า บางทีก็ถึงขั้นทำให้เปิดไม่ติดเลยทีเดียว (ผมเคยต้องลงวินโดวส์ใหม่เพราะเข้าวินโดวส์ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่สาเหตุจริง ๆ คือมันเคลื่อนนี่แหล่ะ
)
ผมยกเคสออกมาเปิดฝา และตัดสินใจถอดเจ้า SB Live! ออกมา แล้วเอาออกมาเลยหลังจากปล่อยอยู่ในเคสโดยไม่ใช้มาเป็นปี (ใช้วิธี Disable เอาจากในวินโดวส์) จากนั้นก็เอาเทปใสปิดช่องหลังเคสที่เคยเป็นที่อยู่ของมันซะ (กันจิ้งจกเข้า)
และนี่คือโฉมหน้าของมันครับ...
นี่คือ Sound Blaster Live! Value รุ่นแรกสุด ที่ออกมาเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ราคาที่ซื้อตอนนั้นประมาณ 2250 บาทมั้ง โดย Live! Value รุ่นแรกจะไม่ต่างจาก Live! รุ่นปกติเลย ถ้าไม่นับตรงที่ไม่มี Extension Card สำหรับต่อพอร์ตชั้นสูงทั้งหลายติดมาด้วย ทำให้บนตัวการ์ดยังมีช่องเสียบ Extension และช่องเชื่อมต่ออื่น ๆ อยู่เหมือนรุ่นปกติ
แต่ Live! Value รุ่นหลัง ๆ ตัดออกเรียบเลยครับ
นี่คือสภาพพอร์ตด้านหลัง จะเห็นว่ามีช่องเสียบจอยด้วย สมัยก่อนจะขาด sound card ไม่ได้เลยถ้าจะใช้จอย และถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าปลายแผงเหล็กด้านขวามันงอ ๆ นั่นก็เพราะถ้าไม่งอมันจะติดเคสครับ นี่ล่ะมั้งสาเหตุที่ทำให้มันเคลื่อนบ่อย (ซื้อเคสกี่ตัวเป็นหมด จะว่าไป... คนเอาเมนบอร์ดใส่เคสก็คนเดิมทุกทีเลยนี่หว่า..)
พอเอามันมาดู ก็นึกถึงสมัยที่ไปซื้อมา ตอนนั้น CPU เพิ่งแบ่งเป็นรุ่นปกติกับรุ่นประหยัด (Celeron เพิ่งออกมา) ไม่มีการซอยระดับยิบย่อยแบบปัจจุบัน (ทั้งรุ่น เทพ เกือบเทพ เกือบเกือบเทพ กลาง กลางกลาง ประหยัด ประหยัดโคตร ประหยัดโคตรโคตร ประหยัดโคตรโคตรโคตร
) การ์ดจอก็ไม่มีแบ่ง มีแค่รุ่นใหม่แรงกว่ากับรุ่นเก่าแรงน้อยกว่า (เดี๋ยวนี้เรอะ...
) กลับกัน.. ตอนนั้นฮาร์ดดิสก์ดันมีหลายยี่ห้อกว่าสมัยนี้ (แถมตอนนั้น Western Digital เป็นอะไรที่คนไทยยี้สุด ๆ ด้วยนะ) โลกมันหมุนเร็วดีแฮะ
ลาก่อน...
ใจจริงผมอยากกลับไปใช้มันอีกนะ ถึงเสียงโดยผิวเผินมันจะสู้ sound on board ที่ผมใช้อยู่ไม่ได้ แต่โดยลึก ๆ แล้วมันมีอะไรที่ดีกว่าเยอะครับ น่าเสียดายที่ทาง Creative ไม่ทำไดร์เวอร์ออกมาสนับสนุนอีกแล้ว (Windows 7 ใช้ไม่ได้แน่ ๆ หรือถึงใช้ได้ก็ไม่เต็มประสิทธิภาพ) ถึงจะทนใช้ไปก็คงต้องปลดมันสักวัน
ตอนนี้ก็ปลดฮาร์ดแวร์อายุเกิน 10 ปีไปสองตัวแล้ว (อีกตัวก็คีย์บอร์ดไง) เหลือแต่ Floppy Disk Drive นี่ล่ะ ที่อยู่ยงคงกระพันเหลือเกิน (ขืนไม่มีก็ลง Windows XP ไม่ได้น่ะสิ แต่ Vista กับ 7 คงไม่ต้องใช้แล้วล่ะนะ)
ลาก่อน เจ้า SB Live! อยู่ด้วยกันมา 10 ปี ไม่เคยเอาออกมานอกเคสเลย (ยกเว้นตอนอัพเกรดเครื่อง) นอนหลับให้สงบในกล่องเถิดนะ
SB Live! : "ตูยังไม่ตายนะเฟ้ย!!"