Life

ไปงาน 10 ปี 10 บอร์ดมา...

posted on 29 Nov 2009 22:35 by ninkungz  in Life

....

 

 

 

                                                                                                                                                         

 

 

 

 

ป.ล. คราวหน้าจะเสี่ยงเซียมซีก่อนไปงานทุกครั้ง

 

ภาพวาดเมื่อวันวาน

posted on 13 Nov 2009 09:41 by ninkungz  in Life

เรื่องมันมีอยู่ว่า จู่ ๆ ก็มีขาจรมาคอมเม้นท์เอ็นทรี่เก่าเก็บสมัยปี 2549 ว่า...
 

"ดีคับ ผมไม่ได้อ่านโทดนะคับ"
 

เอ็นทรี่ดังกล่าวถ้าไม่ได้อ่าน มันก็มีภาพวาดของผมอยู่ภาพนึงล่ะ ซึ่งผู้เม้นได้ทิ้งเบาะแสไว้ที่ช่องเว็บไซต์ว่า "ปก" นั่นหมายความว่าอย่างไร? ก็คงหมายความว่ารูปวาดของผมคงถูกเอาไปทำปกอะไรสักอย่างส่งครู (หรืออย่างเลวร้ายก็ทำขาย) ล่ะมั้ง  

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2005 (พ.ศ. 2548) มีชายผอมสูงหัวเกรียนมาเยี่ยมที่บ้าน แล้วเชิญชวนให้ผมวาดภาพแข่งกับเขาในการประกวดวาดภาพภายในของคลับกระดานศิลป์ ซึ่งไอ้การประกวดที่ว่าเป็นการให้ผู้สนใจวาดรูปตามหัวข้อ แล้วอัพให้ชาวคลับดู จากนั้นจะให้สมาชิกโหวตหาผู้ชนะ คนที่ชนะจะได้รางวัลเป็นสิทธิในการกำหนดหัวข้อในรอบต่อไป  ชายผอมสูงหัวเกรียนนั้นเคยชนะมาหลายแล้ว นี่จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก

ในที่สุดก็หลวมตัวส่งภาพไปแข่งกับเขา 8 - 9 ครั้ง ...

 

ภาพที่ 1 "โตขึ้นหนูอยากเป็น"
 



ใช่แล้วครับ "โตขึ้นหนูอยากเป็นผู้ชนะ" ภาพนี้มีเวอร์ชั่น Vector อยู่อีกอัน แต่ทำหายไปแล้ว

 

 

ภาพที่ 4 "ในวันที่ฝนตก"
 


 

ภาพนี้ตอนประกวดได้ถึงอันดับ 3 เชียวล่ะ จัดว่าเป็นอันดับสูงสุดที่เคยทำได้เลย เป็นการเล่นคำ "ในวันที่ฝนตก...ลงมาเป็นแมว" (อย่าเพิ่งงงว่าทำไมข้ามมาภาพที่ 4 ก็เพราะภาพที่ 2 หาย และภาพที่ 3 มันเผาไปหน่อย )

 

 

ภาพที่ 5  "ความทรงจำวัยเด็ก"
 



อันนี้ไม่เล่นคำ แต่เป็นความทรงจำตอนที่กระปุกออมสินที่ชอบมากโดนผ่า... 

 

 

ภาพที่ 6 "คุณค่าของเวลา"
 


 

ภาพนี้ได้คำชมว่า "เหมือนจริงโคตร" เป็นการสื่อว่า ให้เวลากับครอบครัวบ้างนะ

 

 

ภาพที่ 7 "   -_-'   "
 


 

อันนี้หลายคนคงจะงง คือ... หัวข้อมันคือ ->  -_-'  นี่แหล่ะ สิ่งที่ภาพจะสื่อก็ชัดเจนอยู่แล้ว

 

 

ภาพที่ 8 "วิธีคลายร้อน"
 


 

ภาพนี้แหล่ะที่เกรงว่ามันจะไปเป็นปกอะไรสักอย่าง   รู้สึกสมัยนั้นยังไม่ตื่นคำว่าโลกร้อนกันเลยมั้ง 

 

หลังจากนั้นก็มีหัวข้อ "แผลเป็น" ที่ผมส่งเป็นภาพสุดท้าย (ซึ่งมัน...เผา เลยไม่เอามาลง) เพราะคนชวนเองก็ดันหายตัวไปจากกระดานศิลป์ เมื่อไร้คู่แข่งก็ชักกร่อย เลยเลิกวาดไปในที่สุด

แต่ตอนนี้มีคนบอกให้ "วาดภาพแบบนี้อีกเถอะ" อืมม์ เอาจริงเรอะ? จะให้วาดอีกจริงเรอะ!!

 

หลังจากคราวก่อนพูดถึงจอที่ส่งซ่อมไป เมื่อวันเสาร์ก็ไปรับจอคืนมาแล้วครับ  หลังจากยื่นเอกสารเรียบร้อย ไม่นานนัก พนักงานก็ยกกล่องใส่จอออกมาให้ แต่ไร้วี่แววถุงยักษ์ที่ใส่จอมา  ไอ้เราก็คิดว่า "ตูว่าแล้วถุงต้องหาย" ที่ไหนได้ เขาพับถุงเรียบร้อยใส่ไว้ในกล่อง แถมตอนจะกลับยังช่วยยัดกล่องจอใส่ถุงนั่นให้ด้วย  ไอ้ที่ผิดหวังก็มีตรงที่เขาเล่นถอดขาตั้งจอที่ใส่โคตรยากนั่นออกให้ด้วย (มันยากจนจอรุ่นหลัง ๆ ใส่ไอ้ขานี่มาให้จากโรงงานเลย)  ต้องเอาไปใส่ใหม่อีก เฮ้อ

 

ตอนแรกว่าจะกลับมาติดตั้งจอกลับเข้าที่เลย แต่เพราะดันต้องไปงานอื่นต่อตอนค่ำ ก็เลยเกิดกังวลขึ้นมา (ช่วงนี้รู้สึกดวงตกด้วย) จึงเอาจอขังไว้ในห้องที่ไม่เคยล็อคมาก่อน และเพราะไม่เคยล็อค ที่ลูกบิดจึงมีกุญแจของมันเสียบคาไว้ตลอด ทำให้วางใจว่ามันต้องเป็นของประตูนี้แน่ ๆ แต่ที่ไหนได้ พอจะเปิดประตูเข้าไปเอาของเท่านั้นแหล่ะ....ไม่ใช่นี่หว่า!!!

 

ใครวางยาไว้ฟระ!! (ก็ตูนี่แหล่ะ ) แล้วกุญแจตัวจริงมันอยู่ไหน? เอาไว้ในจานเคลือบครับ  แล้วจานเคลือบนั่นอยู่ไหน? อยู่ในห้องนั่นแหล่ะ..............................

 

และในที่สุดเรื่องก็จบลงในสภาพนี้...

 

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า.. ดวงมันจะเสีย(ตังค์) มันก็ต้องเสีย(ตังค์ซื้อลูกบิดใหม่)

 

 

ป.ล. ขาตั้งจอพอใส่ครั้งที่สองมันใส่ง่ายกว่าเดิมเยอะเลย 

 

NinkungZ View my profile


Favourites


View My Stats