ก็ตามเคยแหล่ะ เป็นประจำอยู่แล้ว เริ่มจากแปะภาพหลักฐานเป็นประเพณี
จากนั้นก็บรรยายสรรพคุณ... เวอร์ชั่นอัพเดตนี้ก็ยังคงเหมือน ๆ เดิม คือ ออกมาอุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยและแก้ไขเรื่องความเสถียร โดยส่วนของความปลอดภัยคราวนี้มีการแก้บั๊กระดับร้ายแรง (Critical) ถึง 6 จุดและระดับที่เบาลงมาอีก 5 จุด ทำให้ขนาดไฟล์อัพเดตคราวนี้ล่อไปถึง 2 เม็กกว่า ๆ ทีเดียว
นอกนั้นก็แก้ปัญหาเรื่องล้าง History แล้วบางเว็บที่ใช้ SSL ไม่ยอมโหลดภาพกับ Style และยังเพิ่มความสามารถในการ re-submit crash report อีก โดยรวม ๆ ใครกระหายข้อมูลก็ไปดูต่อที่ 3.5.4 Release Notes (อันนี้ของ 3.0.15)
ต่อไปก็ดักคอ...
- บล็อกผมจะไม่นำเสนอโปรแกรมรุ่นเบต้า (ยกเว้นมันจะไม่เคยมีตัวเต็มออกมา) และระบบ Auto Update ของ Firefox จะไม่ส่งตัวอัพเดตที่เป็นเบต้าให้ผู้ที่ใช้ตัวเต็ม
- การอัพเดตครั้งนี้เป็นการอัพเดตเพื่อซ่อมแซมจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นได้ ดังนั้นไม่ต้องเสียเวลามองหาลูกเล่นใหม่
- คราวหน้าคนที่ใช้ Firefox 3.5 อาจได้อัพเดตข้ามไป 3.6 เลย โดยไม่มี 3.5.5 อีก
จบข่าว.
posted on 27 Oct 2009 13:28 by ninkungz in Life
หลังจากคราวก่อนพูดถึงจอที่ส่งซ่อมไป เมื่อวันเสาร์ก็ไปรับจอคืนมาแล้วครับ หลังจากยื่นเอกสารเรียบร้อย ไม่นานนัก พนักงานก็ยกกล่องใส่จอออกมาให้ แต่ไร้วี่แววถุงยักษ์ที่ใส่จอมา ไอ้เราก็คิดว่า "ตูว่าแล้วถุงต้องหาย" ที่ไหนได้ เขาพับถุงเรียบร้อยใส่ไว้ในกล่อง แถมตอนจะกลับยังช่วยยัดกล่องจอใส่ถุงนั่นให้ด้วย ไอ้ที่ผิดหวังก็มีตรงที่เขาเล่นถอดขาตั้งจอที่ใส่โคตรยากนั่นออกให้ด้วย (มันยากจนจอรุ่นหลัง ๆ ใส่ไอ้ขานี่มาให้จากโรงงานเลย) ต้องเอาไปใส่ใหม่อีก เฮ้อ
ตอนแรกว่าจะกลับมาติดตั้งจอกลับเข้าที่เลย แต่เพราะดันต้องไปงานอื่นต่อตอนค่ำ ก็เลยเกิดกังวลขึ้นมา (ช่วงนี้รู้สึกดวงตกด้วย) จึงเอาจอขังไว้ในห้องที่ไม่เคยล็อคมาก่อน และเพราะไม่เคยล็อค ที่ลูกบิดจึงมีกุญแจของมันเสียบคาไว้ตลอด ทำให้วางใจว่ามันต้องเป็นของประตูนี้แน่ ๆ แต่ที่ไหนได้ พอจะเปิดประตูเข้าไปเอาของเท่านั้นแหล่ะ....ไม่ใช่นี่หว่า!!!
ใครวางยาไว้ฟระ!! (ก็ตูนี่แหล่ะ
) แล้วกุญแจตัวจริงมันอยู่ไหน? เอาไว้ในจานเคลือบครับ แล้วจานเคลือบนั่นอยู่ไหน? อยู่ในห้องนั่นแหล่ะ..............................
และในที่สุดเรื่องก็จบลงในสภาพนี้...
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า.. ดวงมันจะเสีย(ตังค์) มันก็ต้องเสีย(ตังค์ซื้อลูกบิดใหม่)
ป.ล. ขาตั้งจอพอใส่ครั้งที่สองมันใส่ง่ายกว่าเดิมเยอะเลย
posted on 23 Oct 2009 12:35 by ninkungz in Life
ช่วงนี้มันจะอะไรกันหนักกันหนาก็ไม่รู้ กลางวันก็ฟ้าร้อง ตกดึกฝนก็กระหน่ำ แทบไม่มีเวลาให้หายใจหายคอกันเลย อากาศก็เริ่มหนาวนิด ๆ อีกต่างหาก ระวังสุขภาพกันให้ดีเน้อ
ด้วยเหตุที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้ จอ LCD ที่ผมใช้อยู่ก็เกิดอาการป่วยขึ้นมา (เกี่ยวกับอากาศเรอะ
) เป็นอาการยอดฮิตเสียด้วย คือเปิดจอมาแล้วภาพไม่ขึ้นต้องรอราว ๆ 10 วิ - 1 นาที มันถึงจะมา โดนระหว่างนั้นไฟ power จะกระพริบอย่างบ้าคลั่ง และจะได้ยินเสียงวี้ ๆ เข้ากับจังหวะไฟ
หลังจากไปค้นหาผู้ประสบเคราะห์กรรมเดียวกัน ก็ได้คำตอบว่า "C (ตัวเก็บประจุ) มันบวม"
แน่นอนว่าถ้ายังอยู่ในประกันก็ส่งซ่อมเถิด โชคดีที่ศูนย์ซัมซุงอยู่ไม่ไกล พอกลับจากงานมหกรรมหนังสือเมื่อวันอังคาร (คราวนี้ไม่ต้องรายงาน เพราะการ์ตูนล้วน
) ก็แพ็คจอใส่กล่อง แล้วเอาใส่ถุงที่ซื้อจากโลตัสอีกที (ถุงใหญ่มาก ใหญ่จนไม่รู้จะเอาไปใส่อะไร แต่ดันใส่กล่องจอได้พอดีเด๊ะ
)
ศูนย์ซัมซุงที่พระราม 2 อยู่ไม่ไกล แต่ไม่มีที่กลับรถ เลยต้องอ้อมซะไกล ในที่สุดก็ไปถึง ใช้เวลาไม่นานก็ส่งมอบสำเร็จ... โดยต้องใช้เวลาซ่อม 2 - 3 วัน
ระหว่างรอจอซ่อมเสร็จ ก็ไปหาจอสำรองมาใช้ (จริง ๆ ก็คือซื้อนั่นล่ะ) ก็ไปหาที่คาร์ฟู (เอาสะดวกคนจ่าย) ได้ดีสุดมาแค่นี้
จอ Samsung SyncMaster 933SNPlus เป็นจอวาย (Wide) 18.5 นิ้ว มีแต่พอร์ต D-Sub ไม่มีพอร์ต DVI ความละเอียดสูงสุด 1360 x 768 สัดส่วน 16:9 (ไว้ดูหนังโดยเฉพาะ) มันก็ด้อยกว่าจอเก่าอยู่หลายขุมล่ะ แต่จอฉุกเฉินราคาไม่แพงมากได้เท่านี้ก็บุญแล้ว แรก ๆ รู้สึกอึดอัดกับความแคบสุด ๆ แต่ตอนนี้ชักติดใจความกว้างของมันแล้ว (เอ๊ะยังไง)
ปกติการต่อจอ LCD กับพอร์ต D-Sub จะมีเครื่องช่วยคือปุ่ม Auto ที่ช่วยปรับภาพให้พอดีจอ (ใช่มะ?) ซึ่งผมก็กดทันทีเลย ผล... ภาพล้นจอไม่มีชิ้นดี (Task bar หายไปครึ่ง) ทางแก้คือเข้าเมนูไปรีเซ็ทจอใหม่ ซึ่งก็ต้องปรับตำแหน่งภาพอีกนิด กับจูนสีใหม่หมด และระหว่างการจูนสีอย่างยากลำบากถ้าเผลอไปโดนปุ่ม Auto นรกนี่เข้า ก็ต้องกลับไปรีเซ็ทแล้วนับหนึ่งใหม่อีกรอบ
ตอนนี้ทางศูนย์แจ้งให้ไปรับจอเก่าคืนแล้วครับ (ซ่อมเสร็จแล้วน่ะแหล่ะ) ก็คงจะกลับไปใช้จอเก่าล่ะนะ ส่วนไอ้จอฉุกเฉินนี่... จะเอาไว้ทำอะไรดีล่ะ (จะต่อสองจอโต๊ะก็ไม่พอวาง เปลืองไฟอีกต่างหาก
)